เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit.com

ซาร์ดีน (Sardine) เป็นชื่อขบวนการประชาชนคนรากหญ้าในอิตาลีที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการเมืองขวาจัดที่นำโดยพรรค Liga Nord (ลีกเหนือ) ของนายมัตเธว ซัลวีนีที่กำลังเติบโตจนน่ากลัวว่าจะเข้าไปครองอำนาจรัฐ

พรรคของนายซัลวีนีผงาดขึ้นมาในการเมืองอิตาลีเมื่อปี 2018 และได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรค ประชาธิปัตย์ นายซัลวีนีได้เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย แต่เมื่อเดือนกันยายนปี 2019 พรรคของเขาถอนตัว หวังให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ปรากฎว่ารัฐบาลไม่ล้ม เกิดรัฐบาลผสมใหม่ เขาเป็นฝ่ายค้าน โพลบอกว่าเขาจะชนะการเลือกตั้งที่แคว้นเอมีเลีย และจะทำให้มีการเลือกตั้งใหญ่ใหม่ เพราะรัฐบาลผสมจะไปไม่รอด

แต่การเลือกตั้งที่แคว้นเอมีเลีย โรมาญา เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา พรรคนายซัลวีนีพ่ายแพ้ เขาถูกเยาะเย้ยว่าเป็นเพียงแมวขี้โม้ตัวหนึ่งที่กินปลาซาร์ดีนไม่ได้ (เพราะอยู่ในกระป๋อง)

ขบวนการซาร์ดีนน่าสนใจในยามที่การเมืองหลายประเทศในยุโรปกำลังระอุด้วยแนวคิดแบบขวาจัด การเหยียดผิว ต่อต้านผู้อพยพ ต่อต้านยิว (Anti-semitism)

ปลาซาร์ดีน ที่รู้จักกันทั่วโลก คือปลากระป๋อง เกิดจากเพื่อน 4 คนที่เมืองโบโลญา เมืองหลวงของแคว้นเอมีเลีย โรมาญา ปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรจึงจะต้านการขยายแนวคิดและอิทธิพลของพรรคขวาจัดอย่าง “ลีกเหนือ” ด้วยการชวนคนออกไปอัดกันแน่น (เป็นปลากระป๋อง) ตามจตุรัสในเมือง

พวกเขาจึงระดมผ่านโซเชียลมีเดียให้คนออกไปชุมนุมกันที่จตุรัสเมืองโบโลญาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2019 เป็น “แฟลซม็อบ” โดยอยากให้มี 6,000 คน ให้มากกว่า 5,700 คนที่นายซัลวีนีระดมไปฟังเขาที่สเตเดียมใหญ่ในเมือง ปรากฎว่ามีคนออกไปรวมกันที่จตุรัส 15,000 คน

ขบวนการปลาซาร์ดีนขยายไปยังเมืองใหญ่ทั่วอิตาลี ที่โมเดนา 7,000 คน ฟลอเรนซ์ 30,000 คน มิลาน 25,000 คน ตุริน 40,000 คน โรม 100,000 คน และยังขยายไปถึงบรัสเซลส์ ปารีส เบอร์ลิน อีกด้วย

และสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 มกราคม ก่อนการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ มีการชุมนุมกันอีกครั้งที่โบโลญา ที่ผู้คน 40,000 คนออกไปที่จตุรัสกลางเมืองโบโลญาอันเก่าแก่หลายพันปี ที่มีมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก ซึ่งก่อตั้งเมื่อ ปี 1088 หรือ 932 ปีก่อน ชุมนุมประหนึ่งเพื่อเรียกปัญญาญาณของบรรพบุรุษมาช่วยบ้านเมือง

แคว้นเอมีเลีย โรมาญา พัฒนาและร่ำรวยที่สุดแคว้นหนึ่งของอิตาลี โดยมีโบโลญาพัฒนาด้านเศรษฐกิจมากที่สุดในอียู มีเมืองโมเดนาที่ผลิตรถหรูความเร็วสูงอย่างเฟอร์รารี, ลัมบอร์กีนี และอื่นๆ เป็นแคว้นที่มีเกษตรที่เข้มแข็งที่สุดในอิตาลีและในยุโรปด้วยระบบสหกรณ์ ผู้คนกว่าครึ่งแคว้นเป็นสมาชิกสหกรณ์

แคว้นนี้ปกครองด้วยพรรคการเมืองกลางซ้ายมาตลอดตั้งแต่หลังสงครามโลก (หนังสือดอน คามิลโล ของกวาเรสกี ที่โด่งดัง ที่เป็นเรื่องการต่อสู้ระหว่างบาทหลวงกับผู้นำคอมมิวนิสท์ ที่แปลงมาเป็น “ไผ่แดง” โดยม.รว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็อยู่ที่แคว้นนี้)

นายซัลวีนีรณรงค์หาเสียงว่า “ปลดปล่อยเอมีเลีย” (จากฝ่ายซ้าย) แต่เขากลับปลุกความทรงจำอันเลวร้ายของช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่อิตาลีถูกปกครองด้วยฟัสซิสท์ นำโดยมุสโสลินี และถูกครอบงำโดยนาซีด้วย ทำให้เกิดขบวนการ “เสรีอิตาลี” (คล้ายเสรีไทย) เพราะฟัสซิสท์ตามล่าตามล้างฝ่ายซ้ายอย่างคอมมิวนิสท์

เพลง Bella Ciao เป็นเพลงเก่าแก่ของ “เสรีอิตาลี” ที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยอิตาลี จึงนำมาร้องในการชุมนุมของขบวนการซาร์ดีนทุกครั้ง แม้แต่ที่เยอรมันที่มีการชุมนุมต่อต้านพวกขวาจัด คลั่งชาติ เหยียดผิว เกลียดยิว ก็ร้องเพลงเดียวกันนี้

ขบวนการซาร์ดีนไม่ใช่พรรคการเมือง ถูกปรามาสจากฝ่ายขวาว่าไร้เดียงสา โลกสวย เป็นแค่นักจัดการให้เกิดม็อบ ไม่มีโครงสร้างอะไรเลย ซึ่งผู้นำซาร์ดีนบอกว่า ก็นั่นแหละคือจุดแข็งของ “ขบวนการ” ที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณ และคือจุดอ่อนของพรรคการเมืองที่แข็งตัวเป็น “สถาบัน” ที่เข้าไม่ถึง “หัวใจ” ชาวบ้าน

ซาร์ดีนกำลังตัดสินใจว่าจะตั้งพรรคหรือจะส่งคนไปอยู่ในพรรคต่างๆ ด้วยอุดมการณ์ของขบวนการซาร์ดีนที่ต้องการเห็น “ความโปร่งใสทางการเมือง ประณามและออกกฎหมายลงโทษการพูดที่รุนแรงที่สร้างความเกลียดชัง และให้มีนโยบายใหม่เรื่องผู้อพยพ” ซึ่งขบวนการซาร์ดีนได้รณรงค์จนทำให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายที่นายซัลวีนีเคยเสนอเรื่องต่อต้านผู้อพยพ รังเกียจคนต่างชาติ คนรักเพศเดียวกัน

วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โอกาส 75 ปีของค่ายนาซีเอาส์วิตช์ มีพิธีรำลึกผู้ตายในค่ายนี้กว่า 1.3 ล้านคน พีธีมีขึ้นที่โปแลนด์ ที่เยอรมัน และที่อิสราแอล ทุกแห่งมีการเตือนสติผู้คนทั่วโลกว่า ความเกลียดชังยิว การเหยียดผิว การคลั่งชาติ ไม่ได้หมดไป ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย

แนวคิดของพรรคขวาจัดชาตินิยม (populism) อย่าง “ลีกเหนือ” มีแทบทุกประเทศในยุโรป ยังคงเกลียดยิว เกลียดคนสีผิวเผ่าพันธุ์อื่น คนรักเพศเดียวกัน รวมไปถึงคนพิการ คนเจ็บคนป่วยว่าไม่มีคุณค่า เหมือนยุคนาซีไม่มีผิด ที่นำคนเหล่านี้พร้อมกับผู้เห็นต่างทางการเมืองจากทั่วยุโรปไปฆ่าทิ้งที่ค่ายนรกเอาส์วิตช์

ขบวนการซาร์ดีนแสดงให้เห็นว่า พลังเงียบนั้นเสียงดังกว่า มีพลังกว่าถ้าหากตื่นขึ้นมารวมกัน อัดแน่นเป็นปลากระป๋องในทุกจตุรัสและถนนหนทาง ไม่ว่าแมวหรือเสือก็กินไม่ได้ เพราะพลังที่โดดเด่นของซาร์ดีน คือ รักสงบ ไม่รุนแรง ตามอุดมการณ์ที่ต้องการสันติภาพ ลดละความเกลียดชังในทุกรูปแบบ

เมืองไทยก็ต้องการขบวนการการเมืองภาคประชาชนเช่นนี้ที่ไม่เป็นเครื่องมือของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง คนอิตาเลียนหรือคนไทยก็ต้องการความสงบสุข วันหนึ่งก็ต้องมีคนคิดอะไรได้เพื่อให้คนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบแสดงตนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยตัวจริง ไม่ยอมให้ใครมากดขี่ข่มเหงได้ง่ายๆ

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน