สังคมไทยมาถึงทางแพร่งอีกแล้ว ! การวางระเบิดก่อวินาศกรรมในแหล่งท่องเที่ยวหลายจังหวัดนับเป็นหมุดหมายบ่งบอกว่า สถานการณ์สังคมไทยกำลังเคลื่อนสู่ขั้นตอนใหม่
การวางระเบิดก่อวินาศกรรมรอบนี้ป้าหมายคืออะไรกันแน่ ?

ขณะนี้ยังไม่อาจฟันธงให้คำตอบได้ ที่แน่ ๆ คือภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย และถ้าหากขบวนการก่อวินาศกรรมยังลอยนวล ยังปฏิบัติการซ้ำ ๆ ได้อีกละก็ ภาพลักษณ์ของประเทศ ความสันติสุขของประเทศ อาจไม่หวนฟื้นคืนได้อีก

ในชั้นต้นนี้ ยังวิเคราะห์กันว่า การวางระเบิดก่อวินาศกรรมมีสาเหตุจากการต่อสู้ระหว่างกลุ่มการเมืองภายในประเทศเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีความเป็นไปได้สูง
แต่อย่างไรก็ตาม รัฐไทยก็ไม่ควรละเลยมองข้าม “มือมืด” ต่างชาติที่พยายามจุดไฟสงครามในอาเซียน

เราได้วิเคราะห์ไว้แล้วว่า โลกก้าวเข้าสู่ยุค “สงครามเย็นใหม่” แล้ว และผลกระทบของ “สงครามเย็นใหม่” จะส่งผลต่อสังคมไทยด้วย ยุทธศาสตร์ด้านการทหารของสหรัฐอเมริกาในเอเชียคือ สหรัฐอเมริกาจะต้องฟื้นคืนความเป็นมหาอำนาจในเอเชียตะวันออก นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา สหรัฐอเมริกาก็จะต้องมีเป้าสมมุติให้เป็นศัตรูที่ร้ายกาจเสมอ รูปธรรมก็คือ รัสเซีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกวันนี้สหรัฐอเมริกาก็สร้างแนวล้อมจีนทางยุทธศาสตร์ได้เกือบสำเร็จ นั่นคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย แต่ห่วงโซ่ยังขาดอยู่หน่อยหนึ่งคือ กัมพูชา ไทย เมียนมาร์ ที่สหรัฐยังสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้เต็มที่ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน และมีพลังในการต่อรองภายในประชาคมอาเวียนค่อนข้างสูง ไทยจึงเป็นเป้าหมายที่สหรัฐจะต้องครอบงำไว้ในอำนาจสั่งการให้จงได้ “สงครามเย็นใหม่” จะเริ่มต้นด้วยสงครามจารชน ซึ่งก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยเป็นเวทีการทูตที่ใหญ่ พร้อม ๆ กับสนามรบงานจารกรรมก็ใหญ่เช่นกัน

และด้วยภาวการณ์รักษากฎหมายหละหลวม คอรัปชันสูง เมืองไทยจึงกลายเป็นสวรรค์ของนักฉ้อโกงระดับโลกหลบเร้นมาอาศัยอยู่ เป็นสวรรค์ของขบวนการก่อการร้ายในการหลบซ่อนและเดินทางผ่าน เป็นสวรรค์ขบวนการค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด รวมทั้งเป็นสวรรค์ของจารชนสากล รัฐไทยจึงไม่ควรมองข้ามปัจจัยต่างประเทศที่อาจสอดแทรกเข้ามาทำลายความมั่นคงของชาติไทยได้
ขบวนการก่อวินาศกรรมวางระเบิดรอบนี้เป็นหนังตัวอย่าง มันน่าจะเป็นฝีมือของขบวนการภายในประเทศเอง ขอให้รีบปราบทำลายให้ได้โดยเร็ว

ทางข้างหน้าเป็นทางแพร่ง ทางหนึ่งสงบสันติ อีกทางหนึ่งเป็น “สงครามเย็นใหม่” สังคมไทยจะไปทางไหน ?