ดร.วิชัย พยัคฆโส
payackso@gmail.com

งบประมาณปี 63 ทำท่าว่าจะสะดุดและอาจจะมีปัญหาตกเป็นโมฆะทั้งฉบับหรือบางมาตรา แต่อย่างไรก็ดีทำให้การใช้งบประมาณปี 63 ล่าช้าออกไปอีก ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้งบพลางไปก่อนร้อยละ 50 จนถึงเดือน มี.ค.นี้ จึงเป็นวิบากกรรมของรัฐบาลซ้ำเติมเศรษฐกิจเข้าไปอีก

กรณีที่ ส.ส. ขาดความรับผิดชอบที่เสียบบัตรแทนกัน ทั้งๆที่เป็นกฎหมายที่เป็น พ.ร.บ.สำคัญทางการเงิน สภาผู้แทนราษฎรคงต้องพัฒนาจิตสำนึกของ ส.ส.เป็นการใหญ่

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐฐาลคงมีทางออก ไม่ถึงตั้อง shut down ไปทั้งหมด แม้ว่าจะขออนุมัติงบไว้ใช้ก่อน 50% ของรายจ่ายประจำ มีวงเงินที่ใช้ไปพลางก่อนได้ 1,300,000 – 1,400,000 ล้านบาท ถึง ม.ค.63 ใช้ไปแล้วประมาณ 1 ล้านล้านบาท คงเหลือ 300,000-400,000 ล้านบาทเท่านั้น เห็นว่ารัฐบาลจะเสนอขออนุมัติให้ใช้งบประมาณพลางไปก่อนเป็น 75% คงหายใจได้อีกนาน แต่รายจ่ายการลงทุนประมาณ 6.5 แสนล้านคงยังใช้ไม่ได้อยู่ดี

งบลงทุนคงประกอบไปด้วย งบครุภัณฑ์กับก่อสร้างอาคาร สะพาน รถไฟ ถนน ขุดบ่อ ซ่อมอาคาร ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งสิ้น ทำให้รัฐบาลใช้เงินไม่ทันในปีนี้ แม้ว่าจะขยายเพดานการใช้เงินออกไปเป็นร้อยละ 75 ก็ตาม

นับว่ามีผลกระทบกับโครงการด้านการคมนาคมที่ต้องเร่งรัดลงทุนในปี 2563 ถึง 1,303,070 ล้านบาท แต่ยังโชคดีที่รัฐร่วมลงทุนกับภาคเอกชนยังพอจะพยุงโครงการไปได้อยู่บ้าง เช่น

- ระบบราง 5 โครงการ รวม 370,000 ล้านบาท

- รถไฟฟ้าในเมือง 4 โครงการ รวม 258.40 ล้านบาท

- ทางหลวงระหว่างเมือง 8 โครงการ รวม 287,660 ล้านบาท

- โครงสร้างพื้นฐาน EEC 5 โครงการ รวม 344,000 ล้านบาท

นั่นคือโครงการที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 แต่สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยแจ้งว่างานที่ทำแล้วเสร็จรับมอบและส่งงานไปแล้วยังมีงบประมาณที่ยังไม่สามารถรับได้อีกจำนวนมาก ไปติดขัดอยู่ที่ใดหรือเกิดจากการเบิกงบประมาณปี 63 ซึ่งเป็นงบผูกพันจากปีก่อนก็ยังเป็นปัญหาอยู่

ในขณะที่งบประมาณปี 2564 อยู่ในระหว่างแจ้งคำขออยู่ คงซ้ำซ้อนกับงบปี 63 เป็นแน่ อาจจะทำให้สำนักงบประมาณยุ่งยากและสับสนกับงบประมาณ 2 ปีนี้ค่อนข้างแน่ แต่ประกันว่ามีเงินเดือนซึ่งเป็นรายจ่ายประจำ ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

ประเทศไทยมีปัญหากับฝุ่น PM2.5 และไวรัสโคโรน่าหรืออู๋ฮั่นระบาดไปทั่วโลก ต้องหาทางป้องกันมิให้เกิดเพิ่มขึ้น แต่ PM 2.5 มี 11-12 มาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ จะได้ผลมากน้อยเพียงใดคงต้องรอดู ไม่ให้เป็นจำเลยของฝ่ายค้านที่จ้องตาถล่มอยู่

ตรุษจีนปีนี้ ถึงแม้จะเป็นปีหนูทองก็ตาม แต่สร้างความยุ่งยากและวุ่นวายกับรัฐบาลไม่น้อย บรรดา ส.ส.หน้าใหม่ หน้าเก่า ทั้งหลายคงต้องช่วยกันรับผิดชอบต่อภาระกิจของตนเองให้มาก เพื่อบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน