ตามฤกษ์งามยามดีแล้ว น่าจะชัดเจนว่าภายในสัปดาห์นี้ "พรรคฝ่ายค้าน" จะต้องยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 29 ม.ค.63 นี้หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านขอเลื่อนมาแล้วหลายรอบ

ด้วยเมื่อประเมินข้อได้เปรียบ เสียเปรียบกันแล้ว คาดว่า หากยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในช่วงหลังผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว จังหวะที่จะได้ "ถล่ม" รัฐบาลจะเหมาะเจาะอย่างที่สุด เพราะไม่ต้องสะดุดติดขัดเรื่องใด เรื่องหนึ่งจนทำให้ "ญัตติซักฟอก" มีอันต้องกร่อย ไม่ดุเดือด เข้มข้น ตามที่หวัง !

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้รัฐบาลเองจะต้องเผชิญหน้าและรับมือสารพัดปัญหาที่รุมเร้า โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดจากส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล กระทำการเสียบบัตรแทนกัน ทั้งส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ เกิดผลในวงกว้างไปยัง "ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563" ว่าจะถือเป็นโมฆะไปด้วยหรือไม่ หากร่างกฎหมายผ่าน "กระบวนการอันมิชอบ"

แต่ทั้งนี้ ล่าสุด "วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแง้มทางออกแล้วว่า อาจจะใช้ "ม.143" ในรัฐธรรมนูญเพื่อ "ฝ่าวิกฤติ" บนท่าทีที่แสดงความเชื่อมั่นว่า คนที่หวังจะได้เห็นความวิบัติ อาจจะต้องผิดหวัง

การหาทางออกเพื่อทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 เกิดอาการสะดุด จนต้องหยุดลงนั้น ฝ่ายรัฐบาลยังต้องเดินหน้าไปตามกระบวนการตามช่องทาง

ขณะเดียวกันวาระทางการเมืองที่เป็นเหมือน "ไฟท์บังคับ" และไม่อาจหลีกเลี่ยง นั่นคือการรับมือกับญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จาก "พรรคฝ่ายค้าน" ที่ตั้งป้อม ตระเตรียมการงานใหญ่ กันมาพอสมควร โดยเฉพาะ "พรรคเพื่อไทย" ที่มี "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" เป็นประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ นั่งหัวโต๊ะคุมเกมอยู่ "นอกสภาฯ" ตั้งเป้าว่าศึกอภิปรายฯรอบนี้ น่าจะเป็นการสร้างผลงานให้กับตัวเองและพรรคเพื่อไทยได้ไม่น้อย

อีกทั้งรัฐบาลเองยังต้องรับมือกับ "ขุนพล" จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ตระเตรียมคนเตรียมลุกขึ้นอภิปรายฯในสภาฯ หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่เพิ่งฉลองชัยกันมาหมาดๆ เมื่อรอดจากการถูกยุบพรรค ในคดีล้มล้างการปกครอง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ "ยกคำร้อง" เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง !

หมายความว่า วาระการซักฟอกรัฐบาลกลางสภาฯก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ ฝ่ายค้านน่าจะมีโอกาส "ทิ้งทวน" ขยี้รัฐบาล สร้างบาดแผลให้รัฐบาลถึงขั้นต้อง "ปรับครม."

สำหรับรัฐมนตรีที่เข้าข่ายจะถูกบรรจุชื่อเอาไว้ในญัตติการอภิปรายฯครั้งนี้นั้น หลายฝ่ายต่างเก็งข้อสอบกันว่า จะมีใครบ้างที่ต้องเจอแจ็คพอต โดยก่อนหน้านี้มีชื่อของ "วิษณุ เครืองาม" รองนายกฯ ในฐานะ "มือกฎหมาย" ที่พารัฐบาลรอดพ้นจากวิกฤติทางกฎหมายมาแล้วหลายเรื่อง ดังนั้นจึงเป็นที่หมายตาของฝ่ายค้าน

แต่ที่น่าสนใจคือการที่ต้องลุ้นว่า จะมีชื่อ " 3ป." โดนอภิปรายพร้อมๆกันในรอบนี้ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ภายในพรรคเพื่อไทยเกิดปัญหาขัดแย้งกันเอง เมื่อที่ประชุมใหญ่ ควบคุมการซักฟอก ไม่ระบุว่ามีชื่อ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สร้างความกังขาให้กับส.ส.พรรคเพื่อไทยอย่างยิ่ง

ส่วน อีก 2 ป. คือ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ "บิ๊กป๊อก"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีชื่อติดโผมาตั้งแต่ไก่โห่

การอภิปรายรัฐมนตรีในครม.ชุดนี้ แม้จะมีรายชื่อด้วยกันหลายต่อหลายคน แต่แท้จริงแล้ว เป้าหมายใหญ่คือการถล่ม " 3 ป." เพราะจะได้น้ำ ได้เนื้อ สร้างคะแนน สร้างผลงานให้กับส.ส.คนใดก็ตามที่สามารถเขย่า ทำให้ทั้ง 3 ป. ให้คว่ำกลางสภาฯ จะยิ่งทำให้ได้แต้มต่อ ปั้นตัวเองให้ได้กลายเป็น "ดาวสภาฯ" ขึ้นได้ไม่ทันข้ามคืน

ว่ากันว่า รัฐมนตรีคนอื่นๆที่มีชื่อตามสื่อ อาจจะเป็นแค่ "เป้าหลอก" แต่แท้จริงแล้ว เป้าจริง คือ "3ป." ต่างหาก !

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน