"พปชร." ตั้งศูนย์ประสานงาน PM2.5 รณรงค์แนะนำวิธีการป้องกันตัวเอง และแก้ปัญหาระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว "สนธิรัตน์" เตรียมขอส่วนลดเปลี่ยนไส้กรอง - ถ่ายน้ำมันเครื่อง ลดมลพิษท้องถนน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย ส.ส.กรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงตั้งศูนย์ประสานงาน PM 2.5 โดยนายสนธิรัตน์ย้ำว่าปัญหา PM 2.5 แม้ขณะนี้จะดีขึ้นเนื่องจากลมเข้ามา แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นอีกเมื่อเกิดภาวะอากาศปิด จึงตั้งศูนย์ประสานงานขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทั้งการประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และรณรงค์ให้เกิดความตระหนักรู้ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐมีนักวิชาการที่ทำเรื่อง PM 2.5 ตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้งปีที่แล้ว จนพบหัวพ่นที่สร้างละอองขนาดเล็กที่จะจับ PM 2.5 ได้ ถ้าทุกบ้านช่วยกันติดหัวพ่นละอองนี้ และสเปรย์บริเวณด้านหน้าบ้านตัวเอง ก็สามารถลดปริมาณ PM 2.5 ลงมาได้ เรียกว่าหัวฉีด PM Fight ย่อมากจาก Prime Minister Fight PM 2.5 โดยจะนำเรื่องนี้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้มีการติดตั้งหัวพ่นละอองน้ำต่อไป

นายสนธิรัตน์ ในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังกล่าวรณรงค์ให้รถยนต์ดีเซล เติมน้ำมันอย่างน้อย B7 ขึ้นไป เพื่อลดมลพิษ ซึ่งประสานงานกับทุกปั๊มน้ำมันให้เร่งติดตั้งหัวจ่ายน้ำมัน B10 ให้ครบ ก่อนวันที่ 1 มีนาคมนี้ รวมถึงเตรียมประสานพูดคุยขอความร่วมมือปั๊มน้ำมันทุกค่าย ให้ส่วนลดเปลี่ยนไส้กรองถ่ายน้ำมันเครื่อง เพื่อลดมลพิษ

ส่วนปัญหารถควันดำ ซึ่งพบในรถระบบขนส่งสาธารณะด้วย ขณะที่ผลสำรวจไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องนี้ และมีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามลพิษและ PM 2.5 มากที่สุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้ดำเนินการใช้กฎหมายกับรถยนต์ที่ค่ามลพิษเกินมาตรฐาน ขณะที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็มีการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ส่วนพรรคพลังประชารัฐก็จะประสานกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อร่วมช่วยกันแก้ปัญหา ส่วนวันนี้ก็จะลงพื้นที่รณรงค์แจกหน้ากากอนามัยและให้ความรู้กับประชาชน ซึ่งหน้ากากที่แจก นอกจากป้องกัน PM 2.5 ได้แล้ว ยังใกล้เคียงกับหน้ากากที่ใช้ป้องกันไวรัสโคโรน่าด้วย

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน PM 2.5 ชี้แจงเจตนาในการตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อเป็นที่รวบรวมองค์ความรู้ และกระจายความรู้ในการป้องกันตัวเองเบื้องต้น เป็นศูนย์เพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรับเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะ จากประชาชน เพื่อผลักดันเสนอมาตรการและองค์ความรู้ใหม่ๆ

นางสาวภาดาท์ กล่าวนำเสนอการทำกำแพงต้นไม้เพื่อสู้ระบบมลพิษทางอากาศ ซึ่งประกอบด้วยต้นไม้หลายชนิดที่มีคุณสมบัติดักจับฝุ่นละออง ดูดซับสารพิษ ลดความร้อน เพิ่มออกซิเจนในอากาศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดภาวะตึงเครียด พร้อมเสนอให้ใช้หัวพ่นละอองน้ำ PM Fight ตามบ้านเรือน หรือหน่วยงาน เพื่อดักจับฝุ่นละออก PM 2.5 ไม่ให้ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ รวมถึงทำใบปลิวแนะนำ 10 วิธีเร่งด่วนในการป้องกันตัวเอง และเสนอให้มีเครื่องดักจับมลพิษปลายท่อไอเสียรถเมล์ รณรงค์ถ้าไม่ขับขอให้ดับเครื่อง รวมถึงกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคนมีปัญหาภาวะทางเดินหายใจ ในช่วงค่ามลพิษสูงควรอยู่ที่บ้านและทำงานอยู่ที่บ้าน และควรจัดให้มี Safe Zone เมื่อมีภาวะ PM 2.5 สูง

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน