ภายใต้บรรยากาศการเมืองที่มีการปลุกเร้าให้ประชาชนเดินลงสู่ท้องถนน จากปรากฏการณ์ “วิ่ง ไล่ ลุง” ที่ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างคงามวิตกกังวลอยู่พอสมควร

แน่นอนว่า เป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม ย่อมต้องการให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีอันเป็นไป เพราะว่ารัฐบาลนี้มีทีท่าว่าจะมีอายุการบริหารประเทศอีกยาวนาน

แต่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลตามกรอบกติกานั้น ไม่อาจทำได้สำเร็จ แม้ก่อนหน้านี้จะมีปัญหาเสียงปริ่มน้ำ แต่นวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาเสียงสนับสนุนของรัฐบาลในสภาฯ นำมาสู่การมีเสียงที่เพียงพอในการผ่านกฎหมายสำคัญทางการเงิน ล่าสุด พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ด้วยคะแนน 253 เสียง งดออกเสียง 196 เสียงและไม่ลงคะแนน 1 เสียง แม้จะยังต้องรอดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น แต่ก็คาดการณ์กันว่า จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆทางการเมือง หากจะเปลี่ยนอาจเป็นเฉพาะตัวบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้น

ดังนั้น หนทางที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จึงเหลือการสร้างเงื่อนไขให้เกิดสถานการณ์วิกฤติที่จำเป็นต้องให้รัฐบาลออกไป ด้วยหนทางนอกระบบ การแสดงพลังของมวลชนด้วยวาระร่วมต่าๆง เพื่อบ่อนเซาะความมั่นคงของรัฐบาลจึงเกิดขึ้น

กระนั้น ท่าทีของรัฐบาลได้พยายามทำลายความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง เป็นไปในแนวทางสกัดกั้น ซึ่งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ปลุกเร้าให้เกิดความฮึกเหิมมากขึ้น และยิ่งเรียกกระแสความสนใจจากประชาคมโลก เพราะเอาเข้าจริงจำนวนคนที่ออกมาวิ่งไล่ลุงนั้นกับเดินเชียร์ลุงนั้น ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า แม้จะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว แต่ด้วยตัวบุคคลยังเป็นคนเดิม คือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช. ทำให้ยังตกเป็นเป้าหมายในการจับตาเรื่องของบทบาทในระบอบประชาธิปไตยอยู่ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องระมัดระวังให้กลไกต่างๆ แสดงออกอย่างเหมาะสม

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องไม่มีส่วนช่วยโหมกระแสให้การเคลื่อนไหวบนท้องถนนลุกลามมากยิ่งขึ้น ด้วยการหันมาที่มุ่งความสนใจที่งานหลักของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เช่นปัญหาภัยแล้ง มีมาตรการในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติสั่งการให้ทุกหน่วยงานภายใต้การบูรณาการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบแก่ประชาชนจากสถานการณ์ผลกระทบภัยแล้ง โดยให้ระดมสรรพกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง มีปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ น้อย

การแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงที่เป็นผลพวงจากปัญหาภัยแล้ง พืขผลทางการเกษตรมีราคาสูงขึ้น และการหามาตรการบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐิจ

การช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในการป้องกันตนเองจากสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ทั่วประเทศ การเข้มงวดกับมาตรการต่างๆ ตามแผนการแก้ไขปัญหาที่ประกาศเป็นวาระแห่งชาติก่อนหน้านี้ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาทั้งเฉพาะหน้า ระยะกลางและระยะยาว

นี่คืองานหลักของรัฐบาล ที่หากขับเคลื่อนอย่างเต็มที่แล้ว วิ่งไล่ลุงหรือม็อบใดๆก็ไม่สามารถสั่นคลอนได้

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance