"กมธ.ปราบโกง" เรียก ส.ป.ก. แจงดำเนินการที่ดิน "ปารีณา" 682 ไร่ ย้ำ ไม่มีโทษตามกฎหมาย ส.ป.ก. เพราะส่งคืนหมดแล้ว

วันที่ 22 ม.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นประธานพิจารณา คำร้องของนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ขอให้ตรวจสอบกรณีน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ โดยกรรมาธิการส่วนใหญ่ อาทิ นายวิทยา ทรงคำ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พล.ต.อ.วิชิต สาทรานนท์ ผู้ชำนาญการ สอบถามถึงสถานะของที่ดินที่ถืออยู่ ขณะที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษกกรรมาธิการจากพรรคอนาคตใหม่ สอบถามถึงบทลงโทษกรณีถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการจากพรรคพลังประชารัฐ กำชับเรื่องการสำรวจพื้นที่ ว่าอาจไม่ได้ลุกล้ำไปที่ป่าสงวน แต่อาจรุกล้ำเขตที่ประชาชนสามารถถือครองก็ได้ พร้อมมองว่ามีการดำเนินเรียกคืนที่ดินกรณีน.ส.ปารีณา รวดเร็วกว่ากรณีประชาชนหรือ ส.ส. คนอื่นๆ

ด้านพันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ชี้แจงถึงคุณสมบัติผู้ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ต้องเป็นเกษตรกรจริง หรือเป็นผู้ที่ประสงค์จะทำเกษตรกรรมที่เรียนจบด้านการเกษตรโดยตรง หรือเป็นบุตรหลานของเกษตรกรที่มีฐานะยากจน ซึ่งเบื้องต้นนางสาวปารีณา ได้ส่งคืนที่ดินที่เป็น ส.ป.ก. ครบหมดแล้ว และจะมีการสำรวจว่าทรัพย์สินในที่ดินใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ หากใช้ประโยชน์ได้ ส.ป.ก. ก็จะรับไว้ หากใช้ประโยชน์ไม่ได้ ก็จะส่งคืนให้น.ส.ปารีณาทำลายต่อไป

ขณะที่นายนภดล ตันติเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ส.ป.ก. ชี้แจงว่าการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย หากส่งคืนกลับให้ ส.ป.ก. ก็ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย ส.ป.ก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่นๆ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการเรียกคืนที่ดิน ส.ป.ก. ดำเนินการมาตรฐานเดียวกันทุกกรณี ไม่แตกต่างกัน

ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถามรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ว่าได้ไปพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับ เลขาธิการ ส.ป.ก. และอธิบดีกรมป่าไม้หรือไม่ โดยรองเลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวย้ำว่า ไม่ได้ไปพบรองนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการพิจารณากรณีที่ดิน ส.ป.ก. เสร็จสิ้น ที่ประชุมมีมติร่วมกันให้ทำหนังสือสรุปการชี้แจงส่งไปถึงนายวีระ สมความคิด ในฐานะผู้ร้อง ขณะที่น.ส.ปารีณา ในฐานะผู้ถูกร้อง ไม่ได้ชี้แจงข้อมูลใดๆ ตลอดการประชุม