ป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ ยกระดับศูนย์ฉุกเฉินเป็นระดับ 5 เพิ่มคัดกรอง 5 สนามบิน เฝ้าทั้งรพ.เอกชน และรัฐ จัดระบบคัดแยกโรคแบบรวดเร็ว ผลตรวจทราบใน 24 ชม. พร้อมประสานก.ต่างประเทศ ก.ท่องเที่ยวฯ บริษัททัวร์ดูแลนักท่องเที่ยวทั้งที่มาไทยและคนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ระบุผู้ป่วย 2 ราย หายแล้วกลับจีนไปแล้ว เหลืออีก 2 ยังรอผลตรวจ หากไม่พบเชื้อได้กลับบ้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข พร้อมนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข ประชุมทางไกล กรณี “โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ตามมาตรฐานสูงสุดที่ใช้สำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ พร้อมยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อตอบโต้สถานการณ์เป็นระดับ 3 รวมทั้งเพิ่มระบบคัดกรองที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพในสนามบินทั้ง 5 แห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน มีระบบคัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว จัดทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรที่ผ่านอบรมในการวินิจฉัยโรค ตรวจทางห้องปฏิบัติการทราบผลใน 24 ชั่วโมง จัดให้มีแนวทางรักษาพยาบาลตามมาตรฐานสากล พร้อมประสานกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งบริษัททัวร์เฝ้าระวังดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งที่เดินทางมาในประเทศไทยและคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ

สำหรับสถานการณ์ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3 - 21 ม.ค.63 คัดกรองไปแล้ว 123 เที่ยวบินจากเมืองอู่ฮั่น ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 19,480 ราย โดยนักท่องเที่ยวชาวจีน 2 ราย ที่ได้รับการตรวจยืนยัน แพทย์ได้รักษาหายและส่งกลับประเทศแล้ว ในรอบสัปดาห์นี้พบผู้ป่วยอีก 2 ราย รายแรกเป็นหญิงไทยมีประวัติไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น รับการตรวจรักษาที่รพ.นครปฐม ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ส่วนรายที่ 2 เป็นนักท่องเที่ยวชายชาวจีน ถูกตรวจคัดกรองมีไข้สูงที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ผลตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

“ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าระบบการแพทย์และสาธารณสุขของไทยทันสมัย พร้อมรับมือสถานการณ์ แม้เป็นเชื้อที่พบใหม่ ขณะนี้ไทยยังไม่มีรายงานการติดจากคนสู่คน เรามีการเฝ้าระวัง คัดแยกคนเข้าเมือง มีระบบติดตามผู้สัมผัส ทั้งคนขับรถ แพทย์ พยาบาล คนเข็นเปล สำหรับผู้ป่วย 2 รายใหม่ที่พบหากผลแล็บไม่พบเชื้อตรงกันทั้ง 2 แห่งก็จะให้กลับบ้านได้”

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ไทยได้ดำเนินการทุกมาตรการตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก และได้รับคำชื่นชมว่ามีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส รวมทั้งยกย่องให้เป็นต้นแบบให้ข้อมูลข่าวสาร เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนรู้และเข้าใจสถานการณ์ รู้จักป้องกันตนเอง ไม่ตื่นตระหนก ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกฯ โดยเย็นวันนี้จะมีประชุมทางไกลด่วนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกระชับมาตรการรับมือโรค กับองค์การอนามัยโลกและรมว.สาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

ด้านนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดก.สาธารณสุข กล่าวว่า ก.สาธารณสุข ได้เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน ตามมาตรการที่กรมควบคุมโรคกำหนด เช่น สอบสวนโรค คัดกรอง และเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ สำหรับพื้นที่ที่มีสนามบินและจังหวัดท่องเที่ยว ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มระบบคัดกรองที่รวดเร็วในสนามบินทั้ง 5 แห่ง และดูแลนักท่องเที่ยวใกล้ชิด จัดระบบคัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว ให้มีการรายงานระบบข้อมูล 24 ชั่วโมง และทันทีที่พบผู้ป่วย โดยให้ประสานกับ EOC ทุกระดับ ขอให้ปรึกษาส่วนกลางเพื่อให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับประชาชนขอให้ระมัดระวังการติดเชื้อระหว่างที่เดินทางไปต่างประเทศ ดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงไปตลาดที่ขายซากสัตว์ป่าหรือสัตว์ที่มีชีวิต หลีกเลี่ยงที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก ไม่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม หรือมีน้ำมูก สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ กินอาหารปรุงสุกร้อน ผู้ที่มีอาการไข้ กับอาการ ไอ จาม มีน้ำมูก เหนื่อยหอบ มีประวัติเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น ให้รีบไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศให้แพทย์ทราบ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป สงสัยสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน