อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำน้ำมันปาล์มขวดเพื่อบริโภคไม่ขาดแคลนแม้ราคาจะสูงไปบ้าง ชี้ทุกอย่างจะเข้าสู่ปกติกลางเดือนหน้า แนะผู้บริโภคอย่าซื้อกักตุนหันไปซื้อน้ำมันถั่วเหลืองแทนช่วงน้ำมันปาล์มราคาขึ้น

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวว่าน้ำมันปาล์มขวดเพื่อบริโภคเริ่มขาดตลาดและห้างสรรพสินค้านั้น น่าจะมาจากน้ำมันปาล์มบางยี่ห้อ อาจจะอยู่ในช่วงของสตอกสินค้าหมดและกำลังต่อรองราคาขาย หรือบางรายอาจขอปรับราคาขึ้น ซึ่งทางห้างอาจมองว่ายังไม่เหมาะสมทำให้บางยี่ห้ออาจจะหายไปจากชั้นวางได้บ้าง โดยยืนยันว่าน้ำมันปาล์มขวดยังไม่ถึงขั้นขาดแคลนหรือขาดตลาด ดังนั้นผู้บริโภคยังไม่จำเป็นต้องซื้อไปกักตุนให้ซื้อเพื่อบริโภคกันได้ตามปกติ ที่ส่วนราคาขยาย ณ ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 42 บาทไม่เกินราคาเพดานที่ 42 บาท และบางพื้นที่ยังมีราคาที่ต่ำกว่านี้ จึงไม่ต้องตกใจ เพราะราคาเคยมีในช่วงปี 2544-2545 ที่มีราคาถึง 52-53 บาท

โดยผู้บริโภคยังมีทางเลือกในการบริโภค เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งขณะนี้ราคา 30-40 บาท เป็นทางเลือกหนึ่งในการนำมาปรุงอาหาร อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปเช่น โรงงานบะหมี่โรงงานปลากระป๋อง มีการปรับตัวซึ่งหลังจากที่กรมส่งสัญญานถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มผู้ประกอบการได้มีการซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว จึงเชื่อว่า กลางเดือน ก.พ.สถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติผลผลิตปาล์มฤดูใหม่ออกสู่ตลาด แต่หากราคาปรับขึ้นเกินกว่าเพดานจะเชิญผู้ประกอบการมาหารือกันต่อ

ทั้งนี้สิ่งที่กังวลคือ ราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศของไทย ที่พุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 39-40 บาท สวนทางกับประเทศผู้ผลิตปาล์มรายใหญ่ อย่างมาเลเซีย ที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ เฉลี่ยเพียงกิโลกรัมละ 24-25 บาทเท่านั้นจึงกลัวปัญหาการลักลอบนำเข้า ซึ่งแนวทางป้องกันอยู่ระหว่างการเตรียมออกประกาศของกรมการค้าต่างประเทศในการจำกัดด่านนำเข้า เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3 โดยกำหนดให้เข้าเพียงด่านเดียวคือ ท่าเรือคลองเตย จากเดิมอนุญาตให้นำผ่านมาได้ทุกด่าน และให้ออกไปยังปลายทางเพียง 3 ด่านเท่านั้นได้แก่ ด่าน จ.ตาก หนองคาย และจันทบุรี โดยจะต้องขออนุญาตการเคลื่อนย้าย และควบคุมการขนย้ายอย่างเข้มงวด ซึ่งเชื่อว่า จะน่าจัดการกับปัญหาการลักลอบนำเข้าได้