กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดแพะ ใน "งานแพะแห่งชาติ ครั้งที่ 17" ขณะที่ "ประภัตร" มุ่งส่งเสริมการผลิตป้อนตลาดในประเทศและส่งออก
     
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานแพะแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2563 โดยมีนายประยูร อินสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี นายวีระศักดิ์ เนตรเกื้อกูล ประธานเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะแกะแห่งประเทศไทย นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ ปศุสัตว์เขต 1 และข้าราชการในสังกัดร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งเป็นงานที่กรมปศุสัตว์และภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 17-19 ม.ค. 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (ไร่เขาบัวทอง) อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

นาบประภัตร กล่าวว่า แพะ นับว่าเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย ในปี 2562 มีจำนวนแพะทั้งสิ้น 832,533 ตัว มีเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ 709 ราย โดยในปัจจุบัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้ดำเนินการส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่ชมรมเกษตรกรเลี้ยงแพะระดับจังหวัด 64 ชมรมจังหวัด เกษตรกรเลี้ยงแพะ 8,877 ราย สภาพการเลี้ยงส่วนใหญ่เลี้ยงเป็นอาชีพเสริม สามารถผลิตและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะแพะเนื้อ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกร ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมตัวเป็นองค์กรเกษตรกรที่เข้มแข็ง และเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ในทุกระดับ โดยเฉพาะด้านการตลาด นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ส่งเสริมอาชีพ ด้านแพะ แกะ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดด้วย เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และผู้สนใจในอาชีพการเลี้ยงแพะ แกะ ได้รับรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้การเลี้ยงแพะตลอดจนการพัฒนาแพะแกะด้านต่างๆ เพื่อเข้าสู่มาตรฐานในอนาคต รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด ตลอดจนแหล่งเงินทุน เพื่อให้การเลี้ยงแพะ แกะ มีความยั่งยืน สามารถประกอบเป็นอาชีพหลักเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรต่อไป

“ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าการผสมเทียมและการขยายพันธุ์แพะของกรมปศุสัตว์นั้นประสบความสำเร็จทำให้มีการเพิ่มจำนวนของแพะมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ตลาดมีความต้องการแพะเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม จีน และมาเลเซีย โดยราคาแพะที่หน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท แต่ปริมาณของแพะกลับไม่เพียงพอ ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงได้มีโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ระหว่าง กรมปศุสัตว์ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ซึ่งเชื่อว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอาชีพและสร้างรายได้ในช่วงน้ำแล้งได้”รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในด้านการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแพะแก่เกษตรกร โดยแนวทางที่ใช้ในการส่งเสริม ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าโดยการแปรรูป และการจัดการด้านการตลาด เน้นการตลาดนำการผลิต ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ดำเนินการในด้านการส่งเสริม คือการจัดงานมหกรรมปศุสัตว์ การจัดงานแพะแห่งชาติ ที่มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ การจัดงานประกวดพันธุ์แพะ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจากนักวิชาการ แกนนำเกษตรกร สถาบันการศึกษา และผู้มีประสบการณ์ด้านต่างๆ ที่มาพบปะกันในงาน การนำสินค้าและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากแพะมาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้คนรับรู้ในวงกว้าง
     
กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงแพะ จึงได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงแพะมาอย่างต่อเนื่อง จากสถิติในปี 2562 มีแพะที่เลี้ยงรวม 832,533 ตัว (แพะเนื้อ 803,768 ตัว แพะนม 28,765 ตัว) เกษตรกร 65,850 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบัน กรมปศุสัตว์ได้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงแพะ โดยการขับเคลื่อนเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะ ตั้งแต่ปี 2552 ปัจจุบัน มีกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงแพะจำนวน 531 กลุ่ม ชมรมแพะระดับจังหวัด 64 ชมรมจังหวัด เครือข่ายระดับเขต 9 เขต สมาชิกเกษตรกรเลี้ยงแพะ 8,877 ราย มีแพะจำนวน 244,510 ตัว และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ งบประมาณจากจังหวัด งบประมาณจากกลุ่มจังหวัด และงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้มีแนวทางปรับเปลี่ยนอาชีพการเกษตรที่ผลผลิตมีปัญหาด้านการตลาด ได้แก่การทำนา การทำสวน ให้ปรับเปลี่ยนเป็นเลี้ยงแพะเป็นอาชีพมากขึ้น จากการประมาณการพบว่าจำนวนแพะที่ใช้บริโภคในประเทศ ประมาณปีละ 377,000 ตัว โดยมีการส่งออกแพะไปยังตลาดมาเลเชีย ประมาณ 100,000 ตัว/ปี ตลาดลาว และเวียดนาม ประมาณ 40,000 ตัว/ปี นอกจากนั้น มีการนำเข้าแพะจากประเทศพม่า จำนวน 39,231 ตัว/ปี ซึ่งสรุปภาพรวมการผลิตแพะในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะได้มีการพัฒนาทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าโดยการแปรรูป และการจัดการด้านการตลาดตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มและเครือข่ายเกษตรกร อย่างเป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล

กรมปศุสัตว์จึงกำหนดให้มีการจัดงานแพะแห่งชาติเป็นประจำทุกปี โดยจัดติดต่อกันมาแล้ว 16 ครั้ง ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 โดยได้ร่วมกับจังหวัดสระบุรี ซึ่งมีศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (ไร่เขาบัวทอง) ร่วมเป็นแม่งาน รวมถึง ส่วนราชการ และภาคเครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะในพื้นที่ ร่วมกันจัดงานแพะแห่งชาติ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2563 ขึ้น ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 17-19 มกราคม 2563 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง (ไร่เขาบัวทอง) อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และทุกครั้งที่ผ่านมามีการตอบรับจากเกษตรกร นักวิชาการ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจที่มาร่วมงานเป็นอย่างดี
     
สำหรับในปีนี้ กรมปศุสัตว์ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ การประกวดแพะ ประเภทแกรนด์แชมเปี้ยน แพะเนื้อ/แพะนม (เพศผู้ และเพศเมีย) รวม 4 รางวัล วัตถุประสงค์ของการจัดงาน คือ 1.เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกษตรกรเลี้ยงแพะมีการตื่นตัวในการดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาการเลี้ยง การจัดการฟาร์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างเกษตรกร นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาอาชีพการเลี้ยงแพะ การจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “ตลาดแพะนำการผลิต พิชิตปัญหาเกษตรกร นำพาประเทศสู่เศรษฐกิจเข้มแข็ง” 3.การประชุมเสวนาเกษตรกร หัวข้อ “แพะไทยคุณภาพ เกษตรกรเข้มแข็ง สู่ตลาดนานาชาติ” เพื่อสานสัมพันธ์เครือข่ายเกษตรกรเลี้ยงแพะแกะแห่งประเทศไทย 4.เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาการแปรรูป และการตลาดให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสม 5.เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ตลาดแพะ ให้กว้างขวางทั้งตลาดในพื้นที่และตลาดประเทศเพื่อนบ้าน และ6.เพื่อส่งเสริมการตลาด ให้แก่เกษตรกรเลี้ยงแพะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานฯ ในครั้งนี้
     

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน