จากสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง PM2.5ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดในประเทศไทย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้มีการพูดถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาอีกครั้ง และมีการพูดถึง “ยาแรง” โดยพูดถึงมาตรการที่เข้มงวด เช่น ประกาศห้ามรถยนต์วิ่งในเขตเมือง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูมติครม.เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ที่ให้ความสำคัญประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” โดยกำหนด 3 มาตรการด้วยกัน

คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ซึ่งเป็นการควบคุมมลพิษในช่วงวิกฤติสถานการณ์ฝุ่นละออง เป็นระยะเร่งด่วน เพื่อควบคุมพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง ได้แก่ 9 จังหวัดภาคเหนือ กทม.และปริมณฑล พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง (ประสบปัญหาหมอกควัน) พื้นที่หน้าพระลาน จ.สระบุรี และพื้นที่เสี่ยงปัญหาฝุ่นละอองอื่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่ง เช่น ขอนแก่น กาญจนบุรี

โดยแนวทางการดำเนินงานประกอบด้วยการทบทวน ประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และถอดบทเรียน เพื่อปรับปรุง แผนเผชิญเหตุและแผนตอบโต้สถานการณ์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในช่วงเกิดวิกฤติสถานการณ์ โดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งมีกลไกการสั่งการตามปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทั้งนี้ หากมีค่า 76-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.)ให้ผู้ว่าฯบัญชาการเหตุการณ์ และหากระดับที่ 4 PM2.5 มีค่ามากกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เสนอให้จัดการประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอมาตรการต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ

2.มาตรการการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) มีแนวทางการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งควบคุมจากยานพาหนะ โดยใช้มาตรการจูงใจ ควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร ควบคุมและลดมลพิษจากการก่อสร้างและผังเมือง โดยกำหนดกฎระเบียบ มาตรการและเกณฑ์ปฏิบัติในการควบคุมฝุ่นจากการก่อสร้าง กำหนดให้การจัดทำผังเมือง และการก่อสร้างต้องคำนึงถึงการแพร่กระจายของมลพิษ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง

และ3.ระยะยาว (พ.ศ. 2565 – 2567) ให้ควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ โดยบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ Euro 6 ภายในปี 2565 บังคับใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ปรับปรุงแก้ไขการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์ใช้งาน

รวมทั้งห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ใช้แล้วทุกประเภท ควบคุมการระบายฝุ่นจากการขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือและจากเรือสู่เรือ ควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศจาก Non-road Engine ควบคุมและลดมลพิษจากการเผาในที่โล่ง โดยให้มีการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตรเพื่อไม่ให้มีการเผา ห้ามไม่ให้มีการเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด ป้องกันการเกิดไฟป่าและจัดการไฟป่า ส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหรือไม้ยืนต้นอื่นทดแทนพืชเชิงเดี่ยวหรือพืชที่มีการเผา

ส่วนกลไกการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ให้มีการจัดตั้งศูนย์ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับจังหวัด โดยใช้กลไกการจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการในช่วงเกิดวิกฤตสถานการณ์ฝุ่นละออง และใช้กลไกของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ออกกฎระเบียบ/แนวทาง/ข้อบังคับในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง

ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องมาทบทวนมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการมาทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ได้ดำเนินการอย่งเข้มงวดกวดขัน และแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ เพื่อที่จะออกมาตรการต่อไป

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance