ท่าทีและการแสดงออกของ “2 บิ๊ก” ในรัฐบาล ทั้ง “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีต่อ “ม็อบวิ่งไล่ลุง” ดูจะแปรเปลี่ยนไปจากวันแรก อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อทั้งบิ๊กตู่และบิ๊กป้อม พร้อมใจกันออกมา “เบรค” การเคลื่อนไหวที่เตรียมจะจัดขึ้นเป็นภาค 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 2 ก.พ. 63 นี้ ว่าอาจจะก่อให้เกิดความแตกแยก และความขัดแย้งตามมา รวมทั้งยังส่งสัญญาณแรงชัด ว่า “ฝ่ายความมั่นคง” คงจะทบทวนและติดตามการจัดกิจกรรมดังกล่าวอยู่

“ ผมไม่รู้ว่าคิดกันอย่างไร ที่สื่อถามว่าจะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่นั้น ก็เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆ ทุกวันทั้งสองฝ่าย ผมได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

ถ้าเกิดอย่างนี้ผมไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นสองฝ่าย หรือหลายคนหลายพรรคไปแยกชนชั้นกลุ่มโน้นกลุ่มนี้มา หรือแยกตามเจเนอร์เรชั่น วัยเยาวชนคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าอะไรพวกนี้ ผมเห็นว่าไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมืองเลย มันต้องหาทางร่วมมือกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ ระบุกับสื่อ

ขณะที่ ฟากพล.อ.ประวิตร ดูจะตอบชัดเจนเช่นกันว่า “ ผมไม่อยากให้วิ่งหรือเดินแล้ว เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และเป็นปัญหาที่จะทำให้รัฐบาลเดินไปข้างหน้า ขอให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาจะดีกว่า ขอไม่ต้องไปวิ่ง หรือเดินอะไรแล้ว”

การจัดกิจกรรม เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล นอกสภาฯที่มี กลุ่มแนวร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ เปิดตัวและดำเนินการกันจนลุล่วงไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา น่าจะทำให้รัฐบาล โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงเองได้ประเมินแล้วว่า แนวร่วม “ไล่ลุง” ที่มาเพราะมี “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค เป็นเสมือน “แม่เหล็ก”ดึงดูดผู้คนที่มีแนวคิดทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน มาร่วมทำกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ทั้งในสาธารณะกทม. และต่างจังหวัดนั้น ในจำนวนหลักพัน หลักหมื่นนั้น อาจจะไม่สามารถพัฒนาไปสู่ “ม็อบใหญ่” ชนิดที่จะถึงขั้น “ล้มรัฐบาล” ได้เหมือนกับ “ม็อบเสื้อสี” สารพัดกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล มาแล้วในอดีตก็ตาม

แต่การปล่อยปละ เพิกเฉย เปิดทางจนทำให้ การเคลื่อนไหวจาก “จุดแรก” ขยายแนวร่วมไปจนบานปลาย จะกลายเป็น “เผือกร้อน” ในวันข้างหน้า ส่งผลให้รัฐบาลยิ่งต้องรับมือกับ “ศึกหลายทาง”โดยไม่จำเป็น !

น่าสนใจว่าการจัดกิจกรรมวิ่ง ไล่ลุง ที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่ เป็น “ดารา” คนดึงดูดแฟนคลับ ที่ได้นัดหมายจัดขึ้นเป็นรอบ 2 ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ อาจต้องรับมือกับการรุกไล่ จากฝ่ายรัฐบาล ที่จะใช้ช่องทางผ่าน “ฝ่ายความมั่นคง” ที่มีอยู่ในมือ และอาจมีผล ต่อการสกัด มากกว่าการบังคับใช้พ.ร.บ.ชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ ฯ

โอกาสที่จะเกิด “ม็อบ” ชน “ม็อบ” ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะส่งผลในเชิง รุนแรง หรือแค่ “เขย่าขวัญ” ทำลายคู่ต่อสู้ด้วยเกมจิตวิทยา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น

อย่าลืมว่า ในกิจกรรมทั้ง “วิ่ง ไล่ ลุง” หรือ “เดิน เชียร์ ลุง” ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปีกที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ซึ่งมีพรรคอนาคตใหม่เป็นแกนหลัก ก็ยังต้องอาศัย “แนวร่วม” ที่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ โดยกลุ่มคนเสื้อแดงตามจังหวัดต่างๆเพื่อเป็น “กองหนุน” เช่นเดียวกันกับที่ในฝ่าย “เชียร์ลุง” ก็คราคร่ำไปด้วยมวลมิตรของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น กลุ่มกปปส. หรือกลุ่มคนที่ก่อตัวเพื่อพร้อมขับไล่ “ม็อบชังชาติ” ไม่ต่างกัน

สถานการณ์การเคลื่อนไหวนอกสภาฯ สำหรับพรรคอนาคตใหม่ และธนาธรนั้น อาจเป็น “เกมยาว” ที่กำลังรอวัดใจ วัดความอึดของธนาธร ว่าจะปลุกมวลชน ให้ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง ยืนระยะได้ยาวนานแค่ไหน !?