แสงไทย เค้าภูไทย

เมื่อ Gen.Y กับชนชั้นกลางเข้าร่วมวิ่งไล่ลุงตู่ ถือเป็นนัยทางการเมือง เป็นรูปแบบของการต่อสู้นอกสภาฯ แต่สิ่งที่แฝงมาด้วยก็คือ การโจมตีจุดเปราะบางที่สุดของรัฐบาลคสช.จำแลง นั่นคือความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ

เจนวาย (Generation Y) หรือ Millennials คือประชากรช่วงวัยทำงานอันเป็นพลังการผลิตสำคัญที่สุดของประเทศ

คนวัยนี้ นับวันจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น รุนแรงขึ้น อันเนื่องมาจากการปลดคนงาน เลิกจ้าง ในภาคเอกชน

คนุร่นนี้รับภาระคนอีก 2 ช่วงวัย คือ Baby Boomers Generation หรือวัยลูกดก ที่เข้าสู่วัยชราภาพกับ Generation Z วัยเรียน

วัยเบบี้บูมเมอร์สเกิดขึ้นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผู้คนล้มตายในสงครามไปมาก ขณะที่โลกต้องการฟื้นฟูสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายบอบช้ำจากสงครามมาก

โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจนั้น ต้องการแรงงานในภาคการผลิตมาก ทำให้รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนของตนเร่งผลิตลูกเป็นการใหญ่

คนในยุคนี้ (เกิดระหว่าง ค. ศ. 1944-1963) ขณะนี้อายุอยู่ช่วง 56-76 ปีนี้นับวันแต่จะร่อยหรอลงล้มตายจากไป

ถัดจากยุคลูกดกมาก็คือGeneration X (เกิดช่วง1965 – 1975) ปี 2020 นี้อายุอยู่ระหว่าง 45-55 ปีคนกลุ่มนี้ยังคงเป็นกำลังสำคัญในการผลิตรองจากเจนวาย

เจนวาย (เกิดช่วง 1980-1994) ปีนี้อายุอยู่ระหว่าง 26-40 ปี แต่ได้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงอายุ คือ 26-30 เรียกว่า Gen.Y 1 กับ 30-40 เรียกว่า Gen.Y 2

อ่อนวัยที่สุดคือ Generation Z (เกิดระหว่าง 1995-2015) อายุ ช่วง 4-24 ปีเป็นวัยอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย

คนที่มาวิ่งไล่ลุงเมื่อวันอาทิตย์ส่วนใหญ่เป็น เจน วาย อันเป็นวัยไล่เลี่ยกับ ธนาธร จึงรุ่งรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กับพวกเจนเอ็กซ์

ส่วนที่มาเดินเชียร์ลุงนั้น เป็นพวกเจนเอ็กซ์ขึ้นไปต่อเชื่อมกับพวกเบบี้ บูมเมอร์ส

คนที่มาวิ่งไล่กับที่มาเดินเชียร์ครั้งนี้ ต่างความคิด ต่างเป้าหมาย

ในสังคมที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกมากกว่าเหตุผลในขณะนี้ ภาวะเศรษฐกิจเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม

พวกที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของไทยยามนี้มากที่สุดคือคน เจนวาย

ส่วนคนรุ่น ลูกดกส่วนใหญ่พึ่งพาอาศัยการเลี้ยงดูจากลูกหลานหรือคนเจนวาย จึงมีความรู้สึกว่าไม่เดือดร้อน

แต่ตั้งแต่กลางปีนี้ไป คนไทยจะตกงานเพิ่มขึ้น คาดว่าจะถึง 450,000 คน โดยเป็นคนในเจนวายมากที่สุด

ถึงตอนนั้น คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ส จะรู้สึกว่ามีส่วนร่วม คือเดือดร้อนด้วย เพราะคนเจนวายมีรายได้ไม่พอเลี้ยงดูคนแก่

แม้จะขยายอายุเกษียณงานออกไปเป็น 65 ปี ที่ครอบคลุมไปถึงชาวเบบี้บูมเมอร์ส แต่ก็เป็นแต่ในระบบราชการเท่านั้นที่จะยังมีคนวัยนี้ทำงานอยู่

บริษัท ห้างร้าน โรงงาน หน่วยงานเอกชน หากจะมีการเลย์ออฟ พวกเขาจะเลือกปลดคนแก่ก่อน จะเก็บไว้แต่คนวัยหนุ่มวัยสาว

คนเจนวายช่วงนี้ เดือดร้อนจากการเลือกจ้าง หรือไม่มีงานทำกันมาก

ช่วงปีใหม่ คนที่มาทำงานในกรุงเทพฯและปริมณฑล อันป็นแหล่งงานหนาแน่นที่สุดในประเทศ จะกลับบ้าน เอาเงินจากค่าจ้างกลับไปให้พ่อแม่ ไปต่อเติมหรือปรับปรุงบ้าน

ถือเป็นหน้าเป็นตาของพ่อแม่ เป็นความภาคภูมิใจของลูกๆ คนชนบท โดยเฉพาะอีสาน มักจะภูมิใจอวดโอ่กับเพื่อนบ้าน พี่น้องละแวกเดียวกัน

แต่ปีนี้ ลูกหลานหลายคนฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีเงินกลับบ้านไปทำกิจกรรมที่เคยปฏิบัติมาในปีก่อนๆ

ความรู้สึกที่สูญเสียความภาคภูมิใจ รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าเป็นแรงกดดัน ที่คนไม่เคยเจอไม่เคยเจ็บ จะไม่รู้สึก

การเข้าร่วมวิ่งไล่ลุงของคนเจนวายครั้งนี้ ถือเป็นการนำร่อง

วันใดที่คนเจนวาย หรือแม้แต่เจนเอ็กซ์ เดือดร้อนค่นแค้นจากภาวะเศรษฐกิจที่นับวันจะเตี้ยลง เมื่อนั้น พวกเขาจะออกมาเดินถนน

คนรุ่นลูกดก ที่ลอยเดือดร้อน เพราะลูกหลานไม่สามารถจะเลี้ยงดูได้เหมือนก่อน ก็จะตามออกมา

ชาวไร่ชาวนา ชาวสวน แรงงานรับจ้างทุกประเภท จะพากันออกมา โดยไม่จำเป็นต้องมีการปลุกเร้า

เพราะแรงปลุกเร้า กระตุ้นให้ออกมา “ไล่ลุง” ก็คือ ความยากจน ขัดสน ค่นแค้น

ถึงวันนั้น จะด้าน จะทน จะหนา จะเล่นลิ้น เล่นสำบัดสำนวนอย่างไรก็คงอยู่ไม่ได้

เป็น กัมมุนา วัตตะตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน