"มนัญญา" ลั่นนำลูกหลานเกษตรกรคืนถิ่น สานต่ออาชีพการเกษตรจากพ่อแม่ ตั้งเป้าหมายแรกรับสมัคร 500 คน พร้อมจัดที่ดินเขตนิคมสหกรณ์ ให้ทำกินแปลงรวม 17 แห่ง 639 ไร่

วันที่ 12 ม.ค. น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เตรียมเปิดตัวโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักอาชีพการเกษตรและต้องการกลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรของครอบครัว และมีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากยิ่งขึ้น โดยจะสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพการเกษตรที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ และเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งในด้านการถ่ายทอดความรู้การทำเกษตร จัดหาปัจจัยการผลิต บริการเครื่องจักรและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ สนับสนุนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนประกอบอาชีพ และแนะนำช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสู่ตลาด โดยกรมฯจะดำเนินโครงการ 3 ปี ระหว่างปี 63-65 ในการพัฒนาและบ่มเพาะอาชีพการเกษตรเพื่อให้เป็นเกษตรกรที่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจที่จะหันมาประกอบอาชีพทำการเกษตร ที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี มีความสมัครใจและพร้อมที่จะกลับไปทำการเกษตรที่บ้านเกิด ต้องมีที่ดินเป็นของตัวเองหรือสามารถเช่าที่ดิน เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้ หรือหากไม่มีที่ดินทำกิน กรมฯจะจัดสรรที่ดินในเขตนิคมสหกรณ์ ซึ่งมีอยู่ 17 แห่ง พื้นที่ 639 ไร่ เพื่อให้เข้าไปใช้ประโยชน์ในลักษณะการทำเกษตรแบบแปลงรวม โดยกรมฯจะประสานหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้การสนับสนุนในด้านองค์ความรู้ในการทำการเกษตร ทั้งการปลูกพืชผัก เลี้ยงปลา และทำปศุสัตว์ ตามความประสงค์ที่แจ้งไว้ในใบสมัคร โดยจะใช้รูปแบบเกษตรผสมผสาน หรือใช้หลักทฤษฎีใหม่ มาบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมการทำเกษตรสมัยใหม่หรือเกษตรแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เน้นการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนประสานภาคเอกชนจัดหาตลาดมารองรับผลผลิต พร้อมช่วยวางแผนการผลิตสินค้า ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

“ปัญหาภาคการเกษตรของไทยปัจจุบันนี้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เกษตรกรส่วนใหญ่มีอายุมากขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ที่เป็นลูกหลานนิยมไปทำงานในเมือง ทำให้ขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร กรมฯจึงอยากเชิญชวนลูกหลานเกษตรกรที่เป็นคนรุ่นใหม่ กลับสู่บ้านเกิดไปทำอาชีพการเกษตร แต่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ มาพัฒนาการผลิตและการแปรรูปผลผลิตการเกษตร รวมถึงต้องมีการวางแผน รู้ว่าตลาดต้องการสินค้าชนิดไหน จำนวนเท่าไหร่ ผลิตแล้วจะนำไปขายให้ใคร เป็นการทำเกษตรที่เน้นคุณภาพ ทำน้อยแต่ได้มาก “น.ส.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นตั้งเป้ารับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 500 คน สามารถกรอกใบสมัครผ่าน QR Code ทางเว็บไซต์กรมส่งเสริมสหกรณ์ www.cpd.go.th หรือทาง Line และ Facebook : กรมส่งเสริมสหกรณ์ – CPD สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02281 3292 หรือที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ม.ค.นี้ และจะประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ในวันที่ 2 มี.ค.63

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน