โลกคลายวิตกหลังทรัมป์แถลงด้วยท่าทีผ่อนคลายต่ออิหร่าน โดยเลขาฯยูเอ็นออกโรงหนุน ด้านตลาดทุนขานรับแถลงการณ์ทรัมป์ โดยตลาดหุ้นปิดปรับบวก เช่นเดียวกับ ตลาดน้ำมัน และทองคำ ที่ขานรับ ด้วยการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 9 ม.ค.63 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทั่วโลกแสดงปฏิกริยาความคลายความวิตกกังวลต่อกรณีพิพาทระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังตึงเครียดทวีความรุนแรง มีแนวโน้มว่าจะผ่อนคลายลง ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันพุธ ตามวันเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันพุธที่ผ่านมา ตามวันเวลาในไทย

โดยสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทางโฆษกประจำตัวของนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เปิดเผยว่า นายกูเตอร์เรส ได้แสดงความคลายกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีแถลงการณ์ออกไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ และอิหร่าน มีท่าทีผ่อนคลายความตึงเครียด และไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้าครั้งใหญ่ระหว่างกัน ซึ่งทางเลขาธิการยูเอ็น ได้สนับสนุนต่อถ้อยแถลงดังกล่าว

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ จะยังไม่ใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ต่ออิหร่านในเวลานี้ จากการทิ่อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักทั้งสองแห่ง ซึ่งผลจากการโจมตีดังกล่าว ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตของทหารอเมริกันแต่ประการใด มีเพียงสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็มีความเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ต่ออิหร่าน พร้อมทั้งระบุด้วยว่า จะใช้การเพิ่มการคว่ำบาตร หรือแซงก์ชันทางเศรษฐกิจ เป็นมาตรการตอบโต้ต่ออิหร่านโดยทันที

แถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ยังได้เรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มีบทบาทมากขึ้นต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมทั้งขอให้บรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย ร่วมมือกันในการทำความตกลงเรื่องนิวเคลียร์ฉบับใหม่กับอิหร่าน เพื่อทำให้โลกบังเกิดสันติภาพสงบสุขขึ้น

พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวย้ำด้วยว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ประชาชนและผู้นำของอิหร่าน มีอนาคตที่ดีตามที่ควรได้รับ รวมทั้งมีความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพที่สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และยัง

ขณะเดียวกัน ทางด้านตลาดทุนต่างๆ ก็ได้แสดงปฏิกริยาเชิงบวกต่อถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีขึ้นข้างต้น

โดยตลาดพลังงาน ปรากฏว่า การซื้อขายน้ำมันดิบในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงขานรับกับสถานการณ์ที่มีทิศทางผ่อนคลาย อาทิ การซื้อขายที่ตลาดเวสต์เทกซัส ประเทศสหรัฐฯ ปรากฏว่า ปรับตัวลดลงถึงบาร์เรลละ 3.09 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือร้อยละ 4 จนต่ำกว่า 60 ดอลลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ไปปิดที่บาร์เรลละ 59.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ เช่นเดียวกับตลาดเบรนต์ ทะเลเหนือ กรุงลอนดอนประเทศ อังกฤษ ปรับตัวถึงบาร์เรลละ 2.83 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปอยู่ที่ 65.44 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ทางด้าน การซื้อขายทองคำในตลาดโลก ปรากฏว่า ดัชนีโคเมกซ์ ราคาได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเช่นกันถึงทรอยออนซ์ละ 14.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปอยู่ที่ 1,560.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์

ขณะที่ การซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหุ้น ปรากฏว่า ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยตลาดที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ ทีดัชนีดาวโจนส์ ปิดปรับตัวที่ 28,745..09 จุด เพิ่มขึ้นถึง 161.41 จุด

กองทุนประกันวินาศภัย