สถาพร ศรีสัจจัง

คือสหรัฐอเมริกา! ย้ำหนักๆอีกที คือประเทศสหรัฐอเมริกา!

คือสหรัฐอเมริกาที่เป็น “ต้นแบบ” อันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าระบบการปกครองที่เรียกว่า “ระบบประชาธิปไตย”,
ระบบเศรษฐกิจกระแสหลักที่เรียกว่า “ทุนนิยมเสรี” และระบบคุณค่าทางสังคมหรือ “โครงสร้างชั้นบน”
(Superstructure) ที่เรียกว่า “วัฒนธรรม” ทั้งหลายทั้งปวงนั่นแหละ (เริ่มตั้งแต่ปัจจัย 4 จนถึงปัจจัยฟุ่มเฟือยอื่นๆ)ของผู้คนจำนวนมาก

โดยเฉพาะต่อผู้คน “Gen” อะไรก็ตามที่เกิดมาแล้วต้องตกอยู่ภายใต้วาทกรรมของระบบ “ทุน” จักรพรรดินิยม “นิยมบริโภค” ซึ่งสามารถ “ผูกขาด” ระบบการค้าของโลกไว้ได้ทั้งหมด! สามารถกุมเครื่องมือและระบบสื่อสารยุคใหม่ของโลก(ดิจิตัล)ไว้ได้เป็นด้านหลัก จึงสามารถ “โปรแกรม” ระบบคุณค่า/ระบบคิดและอื่นๆของผู้คนทั้งโลกไว้ได้เป็นด้านหลักเช่นกัน

ในระดับรัฐหรือประเทศ บรรดาพี่เอื้อยของระบบนี้(คือสหรัฐอเมริกาและสมุน)มีกำลังทหารและแสนยานุภาพด้านสรรพาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด บรรยายเป็นภาษาวรรณคดีไทยก็จะได้ประมาณ “สะพรึบสะพรั่ง/ณ หน้า ณ หลัง/ณ ซ้ายและขวา” อะไรประมาณนั้น

สหรัฐอเมริกาจึงคุม “อำนาจ” ไปทั่วโลกโดยใช้งบประมาณกลาโหมแบบที่ไม่มีประเทศไหนสามารถเผยอหน้าขึ้นเทียบเคียง และอำนาจที่ว่านี้เองที่ทำให้บรรดารัฐเล็กรัฐน้อยต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจแบบสยบยอม!

ภาพเบื้องหน้าของสหรัฐอเมริกานั้นเป็นภาพของ “นักบุญ” ผู้เปี่ยมเมตตา จะเผยภาพของความเป็น “ฆาตกรอำมะหิต” ที่กระหายเลือดอย่างที่สุดออกมาให้เห็นก็ต่อเมื่อมีใครหรือรัฐใดแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมอยู่ในอาณัติ หรือ บังอาจทำตัวเป็น “ก้างขวางคอ” หรือ “ผู้ขัดผลประโยชน์” ในสิ่งที่สหรัฐอเมริกาต้องการ!

ตัวอย่างเบื้องต้นก็สามารถดูได้จากการตั้งประเทศชื่อนี้ ที่เริ่มต้นด้วยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนพื้นเมืองบนทวีป
ดั้งเดิมแห่งนั้นอย่างอำมหิตที่สุด ก็ชาติพันธุ์ที่เราเรียกว่า “อินเดียนแดง” นั่นไง!

ลองไปอ่านประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน โดยเฉพาะช่วงที่อเมริกันชน “มุ่งตะวันตก” ก็จะเห็นถึงความโหดเหี้ยมเป็นเบื้องต้น จากนั้นก็ปฏิบัติการ “ฆ่าผู้ไม่เห็นด้วย” ในทุกพื้นที่ของทุกทวีปสืบต่อมา!

เฉพาะประวัติศาสตร์อันใกล้ของแหลมอินโดจีนเรา โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามทั้งประเทศล้วนพรุนไปด้วยแรงระเบิดและห่ากระสุนของทหารอริกันในนามของ “สงครามเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย” นั่นไง!

ทั้งเขมร ทั้งลาว และ(บางส่วน)ของไทยก็ล้วนได้รับส่วนแบ่ง แห่งความหายนะกันทั่วถ้วน ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีแต่ขุนทหารบางคนบางยุคบางสมัยของไทยที่ทำตัวเก๋า “สมุนรับใช้” อเมริกาเท่านั้นกระมังที่ได้เสพสุข มีอนุภรรยาเป็นร้อย แต่ท้ายสุดก็พบกับหายนะตาม “กงกรรม” ใช่ไหม?

ย่างเข้าสู่ประวัติศาสตร์แห่งผลประโยชน์ยุคใหม่ ลาตินอเมริกาทั้งทวีป อาฟริกาทั้งทวีป เอเซียทั้งทวีป และโดยเฉพาะ “ดินแดนอาหรับ ถิ่นทองคำดำ” หรือแหล่งน้ำมันมหาศาลของโลกล้วนถูกสหรัฐอเมริกาผู้ทำตัวเป็นเจ้าโลก
ต้องแส่เสือกเข้าไปเอี่ยว ในฐานะ “มหามิตร” ผู้นำโลกเสรี

เฉพาะในแผ่นดินอาหรับที่ส่วนใหญ่เป็นรัฐชาติที่นับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาที่มีแก่นแกนใจกลางที่ต่อต้านระบบทุนนิยมโดยตรง (ปฏิเสธดอกเบี้ย)นั้น สหรัฐอเมริกาเข้ากุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ใช้ยุทธศาสตร์แบบโบราณ (แต่ยังได้ผลอย่างทรงพลัง) คือแผน “แบ่งแยกแล้วปกครอง” ทำให้ชนชาติอิสลามในอาหรับ “รบกันเอง” แตกแยกกันเอง อย่างไม่มีทางสมานฉันท์ โดยอเมริกามีพันธมิตรที่เข้มแข็งอย่างซาอุดิอาราเบียเป็นหลัก

และหลังจากคนอิหร่านหรือเปอร์เซียโบราณเขารู้ทัน โค่นล้มพระเจ้าชาห์ผู้เป็นหุ่นเชิดลงและขับไล่อเมริกาออกนอกประเทศไปในช่วงประวัติศาสตร์ที่เพิ่งพ้นผ่าน

ตั้งแต่นั้นมา “อิหร่าน” จึงเป็น “ก้างขวางคอชิ้นโต” และเป็น “ศัตรูที่ต้องถูกทำลาย” ของสหรัฐอเมริกามาจนปัจจุบัน!

ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก ถูกอเริกาจับแขวนคอไปแล้ว มูฮัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย ถูกอเมริกาสำเร็จโทษไปแล้ว.......

จนกระทั่งวันนี้ จึงถึงคิวนายพลกาเซ็ม โซเลมานี นายพลนักรบตาหวานผู้พิทักษ์อิหร่าน เป็นคนท้ายสุด!

การฆ่าคนแบบ “ละเมิดบูรณภาพเหนือดินแดน” และไม่เคารพ “สิทธิอัตตวินิจฉัยประชาติ” ของคนอื่นเช่นนี้แหละ คือปฏิบัติการของ “ต้นแบบประชาธิปไตย” อย่างสหรัฐอเมริกา และต้นแบบของใครในเมืองไทยบ้างน้า...

หรือนี่คือประกาศิตของ “ฮิลลูมิเนติ” แห่งขบวนการ “ไซออนนิสต์” ที่ใครๆเขาว่ากันว่า แสนอำมะหิตเลือดเย็น เกินหาองค์กรใดเทียบ หรือใครคิดว่านี่เป็นฝีมือ “ไอ้หมูทรัมป์” แท้ๆบ้าง ช่วยบอกกันที!!!!!!

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน