เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2563 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า ความรู้ที่เกิดจากบุคคลผู้มีกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต ย่อมไม่เรียกว่าปัญญา เพราะปัญญาคือ ความรอบรู้และความเข้าใจในเหตุผล ดีชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ บุคคลซึ่งปรารถนาจะเป็นผู้มีปัญญาสอดส่องทั่วถึง เพื่อสามารถแก้ไขปัญหา ตลอดจนพัฒนาตนให้ประสบความสุขและความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมีสุจริตธรรมเป็นที่ตั้งเสียก่อน คุณธรรมพื้นฐานก่อนจะก้าวไปสู่ความเป็นผู้มีปัญญา จึงได้แก่การรักษา "ศีล" ไว้ให้มั่นคง ด้วยเหตุที่ศีลคือข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐานในทางพระพุทธศาสนา สำหรับควบคุมความประพฤติทางกายและทางวาจาให้เป็นปกติ เป็น กติกาข้อห้ามที่ใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหาชีวิต เป็นหนทางนำมาซึ่งความสงบสุข และไม่ความเบียดเบียนกัน เด็กและเยาวชนล้วนเป็นอนาคตของบ้านเมืองไทย จึงขอให้ทุกคนเป็นผู้หนักแน่นในศีล โดยเฉพาะศีล 5 เป็นเบื้องต้น กล่าวคือ เว้นการเบียดเบียนชีวิต, เว้นจากการเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้, เว้นจากการประพฤติล่วงละเมิดคู่ครองของผู้อื่น, เว้นจากการกล่าวเท็จ เว้นจากการเสพสุราเมรัยและสิ่งเสพติดให้โทษทั้งปวง หากเด็กๆ สามารถรักษาศีล 5 ไว้ได้อย่างไม่บกพร่อง ย่อมเป็นเครื่องประกันได้ว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันตกต่ำ จะเติบใหญ่ไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยให้เจริญรุ่งเรืองสถาพรได้อย่างแน่แท้ ขอให้เด็กและเยาวชนมีกำลังใจที่จะอบรมพัฒนาตนเองให้ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นเครื่องกำกับกายและวาจาโดยสมบูรณ์นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอจงรักษาคุณลักษณะของความเป็นผู้ศีลธรรม เพื่ออนาคตของตนเองและประเทศชาติของเราทุกคน