ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ

ขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่ปีพ.ศ. 2563 ปีสากลหรือค.ศ.ก็เป็น 2020 ถ้านับตามฝรั่ง โลกก็เข้าสู่ทศวรรษใหม่แล้ว หรือเป็นทศวรรษที่ 3 หลังจากการเปลี่ยนศตวรรษ

ทศวรรษที่เพิ่งผ่านไปคือทศวรรษที่ 2 เขียนตามแบบฝรั่งได้ว่า 2010s มีระยะนับ 10 ปี ตั้งแต่ 2010 ถึง 2019 โลกเปลี่ยนแปลงเร็วและหนักหน่วงที่สุดจากพายุของเท็คโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจบันเทิงและสื่อสารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิถีการบริโภคที่เปลี่ยนไปของผู้คน

อย่างไรก็ตาม ทุกวงการอาชีพก็ยังดำเนินต่อไปด้วยการสร้างผลผลิตออกมาไม่ขาดสาย ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของช่องทางการนำออกสู่สาธารณชนและการหารายได้ วงการดนตรีก็เช่นกัน

ทศวรรษ 2010 ที่ผ่านมา สำหรับดนตรีกระแสหลัก ยังมีศิลปินป๊อปดาวรุ่งเป็นจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นและได้รับความนิยมอย่างมาก และส่วนใหญ่จะเป็นศิลปินหญิงวัยรุ่น เช่น อาริอาน่า แกรนเด้, นิคกี้ มินาจ, เซเลน่า โกเมซ, ลาน่า เดล เรย์, เบอร์ดี้, ลอร์ด, เอลลี่ โกลดิ้ง, คามิล่า คาเบลโย่ จนถึงที่มาแรงสุดๆในปี 2019 คือ บิลลี่ ไอลิช

แต่พวกศิลปินเบอร์ใหญ่จากทศวรรษก่อนหน้าก็ยังอยู่ครบ และยังประสบความสำเร็จระดับใหญ่อยู่ในทศวรรษ 2010 ไม่ว่าจะเป็น บียอนเซ่, เทย์เลอร์ สวิฟท์, อเดล, เลดี้ กาก้า, แคที่ เพอร์รี่ และ ริแฮนน่า

สังเกตได้ว่า ศิลปินหญิงที่โด่งดังและชายผลงานได้มากมายจะเป็นผู้หญิงเสียงส่วนใหญ่ แต่ทศวรรษ 2010 ก็พอมีศิลปินชายเบอร์ใหญ่ๆมาคานอำนาจไว้บ้าง อย่าง จัสติน บีเบอร์, เอ๊ด เชียแรน, บรูโน่ มาร์ส, เดรค, เคนดริค ลามาร์ และ แซม สมิธ

อาจจะนับรวมบอยแบนด์อย่าง วัน ไดเร็คชั่น เข้าไปด้วยก็ได้ ตอนนี้ยุบวงไปแล้ว แต่สมาชิกแต่ละคนก็ออกผลงานเดี่ยว ได้รับการต้อนรับอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะ แฮร์รี่ สไตล์ส และ เลียม เพย์น และตอนปลายทศวรรษก็มีคนที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความสามารถมากเหลือเกิน นั่นคือ โพสต์ มาโลน

นั่นเป็นตัวบุคคล แต่ถ้าพูดถึงแนวทางดนตรีกระแสหลักที่ได้รับความนิยมก็ยังคงเป็นป็อปที่มีกลิ่นอายอาร์แอนด์บีและฮิป-ฮ็อป โดยเฉพาะฮิป-ฮอปนั้น ผ่านความนิยมมา 3 ทศวรรษแล้วก็ยังไม่หยุดเติบโต โดยเฉพาะเมื่อการขายทางออนไลน์เป็นช่องทางที่เหมาะกับดนตรีแบบนี้ และฮิป-ฮอปในทศวรรษนี้ไม่ได้แข่งกันที่แร็ปอย่างเดียว พยายามประดิดประดอยและเรียบเรียงดนตรีให้น่าฟัง มีชั้นเชิงมากขึ้น

ยิ่งกว่านั้น อิทธิพลของฮิป-ฮอปเพิ่มมากขึ้นกระทั่งเข้าผสมผสานอยู่ในเพลงของศิลปินคันทรียุคใหม่จำนวนไม่น้อยด้วย

การทำดนตรีป๊อปในทศวรรษ 2010 นี้ ส่วนหนึ่งเน้นความไพเราะของท่วงทำนองเพลง แต่ในภาคอารมณ์นั้นย้อนไปสุ้มเสียงของอดีต ประกอบด้วยการใช้ซาวน์ดร่วมสมัยที่มาจากเครื่องไม้เครื่องมือใหม่ จึงมีกระแสการออกผลงานในลักษณะที่โปรดิวเซอร์หรือดีเจ.เป็นเจ้าของอัลบั้ม และเลือกสรรนักร้องนักแรปรับเชิญเข้ามาร่วม หากผลงานประสบความสำเร็จก็ดังไปด้วยกันแบบ วิน-วิน

จึงไม่แปลกที่จะมีชื่อศิลปินดังๆและมียอดขายผลงานใหญ่บึ้มที่ก้าวขึ้นมาจากการเป็นดีเจ. เช่น เดวิด กูเอ็ตต้า, ดาฟท์ พั้งค์, เดอะ เชนสโมเคอร์ส, มาร์ค รอนสัน, สคริลเล็กซ์, สวีดิช เฮ้าส์ มาเฟีย และ เอวิชี่ ผู้ล่วงลับในวัยเพียง 28 ปี

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในทศวรรษ 2010 ที่ผ่านมา ดนตรีจะคล้ายโรงหนังที่ไม่ได้เป็นแบบ สแตนด์-อโลน เหมือนแต่ก่อน ในอัลบั้มหนึ่งๆ (หรือกระทั่งเพลงเพลงหนึ่ง) ของศิลปิน อาจจะผสมด้วยแนวดนตรีหลายอย่าง เช่น โซลกับป๊อปและร็อค, ป๊อปคลุกด้วยโฟล์กและเจือจังหวะฮิป-ฮอป, โปรเกรสซีฟ-ร็อกบวกโฟล์ค, คันทรี่เจือด้วยร็อคและละติน ฯลฯ

แต่ท้ายที่สุด ความสำเร็จก็ยังคงมาจากศิลปินหาบุคลิกเฉพาะของตัวเองพบ, ผลงานติดหูเป็นที่นิยมของคนหมู่มาก และหนุนด้วยการแพร่กระจายทางสื่อต่างๆสู่สาธารณะ ซึ่ง 3 ประการนี้ก็เป็นวงจรเดิมๆของธุรกิจดนตรีมาแต่ไหนแต่ไร แต่โลกที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงมันทำให้การเกิดยากขึ้น เพราะมีคนที่นำผลงานขึ้นโลกออนไลน์แข่งกันวันละนับหมื่นๆทุกวัน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน