ผู้บริหาร “KUN” ทยอยเก็บหุ้นเพิ่มต่อเนื่อง รวมจำนวน 23,989,000 หุ้นสร้างความเชื่อมั่น และสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนว่าบริษัทยังเดินหน้าต่อยอดเพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้แนวคิด “สุขใจอยู่บ้านชานเมือง” เพื่อพัฒนาและขยายโครงการให้ครบ 4 ทิศ รอบกรุงเทพฯ ระบุกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ยังกอดหุ้นแน่น มั่นใจภาพรวมผลการดำเนินงานปีนี้สดใส และเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN เปิดเผยว่า ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 1.10 บาทต่อหุ้น เป็นผลมาจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย แต่หากพิจารณาจากพื้นฐาน และอัตราการเติบโตของธุรกิจในอนาคตแล้ว หุ้น KUN เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ ที่ยังมีความคุ้มค่าและน่าลงทุน

ทั้งนี้หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง ทางกลุ่มผู้บริหารได้ทยอยเข้ามาซื้อหุ้น เพื่อเสริมความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้น และนักลงทุนทั่วไป พร้อมทั้งขอยืนยันว่า ไม่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นเทขายหุ้นออกมาแต่อย่างใด โดยในช่วงระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้รายงานการเข้าทำรายการซื้อหุ้น KUN ของทีมผู้บริหารรวม 15 รายการ คิดเป็นจำนวนรวม 23,989,000 หุ้น

โดยประกอบด้วย ณ วันที่ 17 ธ.ค.62 นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUN ได้ทำรายการ "ซื้อ" หุ้น KUN จำนวน 1 รายการรวมจำนวน 400,000 หุ้น ที่ระดับราคา 1.00 บาท และ ในวันที่ 19 ธันวาคม ได้ทำรายการซื้อหุ้นเพิ่มอีกจำนวน 2 รายการ รวม 400,000 หุ้น ได้แก่ จำนวน 100,000 หุ้น ที่ราคา 1.04 บาท และ จำนวน 300,000 หุ้น ที่ราคา 1.05 บาท ขณะเดียวกัน นายคุณา เทวอักษร ประธานกรรมการบริหาร KUN และเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้ทำรายการ"ซื้อ" หุ้น จำนวน 2 รายการ รวมจำนวน 17.5 ล้านหุ้น ประกอบด้วย จำนวน 10 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.10 บาทต่อหุ้น และจำนวน 7.5 ล้านหุ้น ที่ราคา1.11 บาทต่อหุ้น

ขณะที่วันเดียวกัน นายไพศาล ศังขวณิช กรรมการและกรรมการบริหาร ได้ทำรายการ "ซื้อ" หุ้น จำนวน 10 รายการ รวมจำนวน 5,689,000 ล้านหุ้น ประกอบด้วย ณ วันที่ 17 ธันวาคม ได้เข้าทำรายการซื้อหุ้น จำนวน 8 รายการ ได้แก่ จำนวน 3 ล้านหุ้น ที่ราคา 1.02 บาทต่อหุ้น จำนวน 89,000 หุ้น ที่ราคา 0.99 บาทต่อหุ้น จำนวน 176,300หุ้น ที่ราคา 1.03 บาทต่อหุ้น จำนวน 323,700 หุ้น ที่ราคา 1.04 บาทต่อหุ้น จำนวน 200,000 หุ้น ที่ราคา1.09 บาทต่อหุ้น จำนวน 500,000 หุ้น ที่ราคา 1.08 บาทต่อหุ้น จำนวน 600,000 หุ้น ที่ราคา 1.09 บาทต่อหุ้น และจำนวน 400,000 หุ้น ที่ราคา 1.10 บาทต่อหุ้น ต่อมาในวันที่ 18 ธันวาคม ได้ทำรายการ "ซื้อ" หุ้นเพิ่มอีก 1 รายการ จำนวน 300,000 หุ้น ที่ราคา 1.12 บาท และในวันที่ 19 ธันวาคม ได้เข้าทำรายการซื้อเพิ่มอีก 1 รายการ จำนวน 100,000 หุ้น ที่ราคา 1.04 บาท

ทั้งนี้หากพิจารณาจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ซึ่งประกอบด้วย 1.บริษัท คุณาวลัย จำกัด ถือหุ้นจำนวน 150,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.00%,2.วิสต้า อินเวสเมนท์ ลิมิเต็ด ถือหุ้นจำนวน 50,000,200 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.33%, 3.นางประวีรัตน์ เทวอักษร ถือหุ้นจำนวน 38,799,800 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 6.47%, 4.บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ถือหุ้นจำนวน 29,991,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.00%,5.นายคุณา เทวอักษร ถือหุ้นจำนวน 28,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.67%, 6.นางสุพิชชา สายพรชัย ถือหุ้นจำนวน 20,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.33%, 7.นายณรงค์เดช สายพรชัย ถือหุ้นจำนวน 20,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.33%, 8.นายไพศาล ศังขวณิช ถือหุ้นจำนวน 20,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.33%, 9.นางสาวสุจิรา เทวอักษร ถือหุ้นจำนวน 16,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.67% และ 10.บริษัท ดุลยา จำกัด ถือหุ้นจำนวน 12,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.00%

สำหรับการทยอยเก็บหุ้นของกลุ่มผู้บริหารในครั้งนี้ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในธุรกิจ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น และ นักลงทุน ว่าทีมผู้บริหารมีความตั้งใจที่จะนำพาบริษัทฯให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่มีนโยบายในการเทขายหุ้นบริษัทฯแต่อย่างใด เนื่องจากเราทุกคนเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ ประกอบกับเราเห็นถึงโอกาสและทิศทางการเติบโตของ วิลล่า คุณาลัย ในอนาคต โดยเฉพาะแผนการขยายธุรกิจหลังจากเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ โดยเฉพาะแผนการต่อยอดเพื่อพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร ภายใต้แนวคิด “สุขใจอยู่บ้านชานเมือง” เพื่อพัฒนาและขยายโครงการในทำเลอื่นๆ ตามแผนยุทธ์ศาสตร์ป่าล้อมเมืองให้ครบ 4 ทิศรอบกรุงเทพมหานคร(เหนือ,ใต้,ตะวันออก,ตะวันตก)

นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในระดับที่ดี โดยมีนโยบายเงินปันผลไม่น้อยกว่า40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงิน เฉพาะกิจการของบริษัทในแต่ละปี ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า ในปี 2563 บริษัทมีเป้าหมายปิดการขาย 3 โครงการ ประกอบด้วย1.โครงการ คุณาลัย ซิมโฟนี(Kunalai Symphony) 2.โครงการ คุณาลัย บีกินส์ (Kunalai Begins)และ 3.โครงการคุณาลัย พอลเลน(Kunalai Pollen) ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าเหลือขายอยู่น้อยมาก ขณะเดียวกันในปี 2563 บริษัทมีแผนเปิดขายโครงการใหม่ จำนวน 1 โครงการ มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท คือโครงการคุณาลัย จอย 2 เป็นโครงการบ้านแฝด-บ้านเดี่ยว รวมจำนวน 400 ยูนิต ตั้งอยู่ที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อทดแทนโครงการเดิมที่จะปิดการขาย

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2562 เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า จะมีอัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการส่งมอบโครงการแนวราบในพื้นที่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นหลัก ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้รวม 461.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.15 ล้านบาท โดย ณ สิ้นเดือนก.ย.62บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวมกว่า 162 ล้านบาทจะทยอยรับรู้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4/2562 เป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินค้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและขายมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท จาก 7 โครงการในพอร์ต ซึ่งจะหนุนการรับรู้รายรายได้ในปี 2563-2564

กองทุนประกันวินาศภัย