รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหกอีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้าก็จะเข้าสู่ปีใหม่ เทศกาลที่จะวนเวียนเป็นวังวนย้อนกลับมา จนดูเหมือนเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงวันเวลาที่ผ่านพ้นเลยไปตามวัฏจักรของชีวิต นอกเหนือจะมีการหวนกลับมาสู่รูปแบบการดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ตามบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบแล้ว การหวนกลับมาของวันสำคัญตามเทศกาลต่างๆ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกาลเวลาได้เป็นอย่างดี

เมื่อสิ้นสุดปีใหม่ ก็จะเข้าสู่เดือน "มกราคม" ซึ่งเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยวันสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันเด็กแห่งชาติ วันการบินแห่งชาติ วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือแม้แต่วันกองทัพไทย แต่ "วันครู" ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่วนเวียนกลับมาอีกครั้ง และสังคมไทยก็ยังคงให้ ความสนใจอย่างไม่เสื่อมคลาย

สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยให้ความสำคัญกับ "วันครู" มาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุค กี่สมัยนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ "ครู" เป็นวิชาชีพที่โดยปกติจะได้รับการยกย่องนับถือจากสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องจาก "บทบาทหน้าที่หลัก" ของวิชาชีพดังกล่าวนั้น นอกจากจะมีหน้าที่อบรมสั่งสอน ให้ความรู้ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างสังคมไทยให้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแล้ว "ครู" ยังมี "บทบาทหน้าที่รอง" ในการมีส่วนแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือสังคมในมิติต่าง ๆ ซึ่งหากได้ชื่อว่าเป็น "ปัญหาสังคม" แล้ว ครูมักเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงบทบาทในการมีส่วนร่วมแก้ไข บรรเทาปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น...

จากเหตุผลดังกล่าว ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้คนในสังคมไทยมิอาจลืมเลือนพระคุณของ "ครู" บุคคลที่เฝ้าฟูมฟักประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้สร้าง "คนธรรมดาให้กลายเป็นยอดคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ"

อย่างไรก็ตามแม้ในปัจจุบันจะมีบุคคลจำนวนไม่น้อยละเลยไม่ใส่ใจความสำคัญของ "ครู" ไปบ้างแต่หากได้รับการ "กระตุกความจำ" ด้วยกิจกรรมต่างๆ ของงาน "วันครู" แล้ว เชื่อว่าน่าจะทำให้คนในสังคมหวนระลึก และเห็นความสำคัญของ "ครู" อีกครั้ง

ในส่วนของ การจัดงานวันครู ครั้งที่ 64 พ.ศ.2563 มีการกำหนดแก่นสาระ (Theme) ของการจัดงาน ในปี 2563 คือ "โลกก้าวไกล ครูไทยก้าวทัน สร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทย" เมื่อพิจารณาจากแก่นสาระดังกล่าว ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจ และความคาดหวังที่จะให้ครูเป็นผู้ขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าว ทันโลก ณ วันนี้ ที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง
แล้วเมื่อครูต้องก้าวทันโลกแล้ว ก็คงก้าวเข้าสู่การเป็น "Digital Teacher" ก็คือ ครูที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เพื่อช่วยยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งต่างประเทศใช้คำเรียกต่างๆ นานา เช่น "Modem Teacher", "Connected Teacher"

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงความเป็นดิจิตอลในยุคนี้ ศาสตร์ความรู้ที่ครูจำเป็นต้องเรียนรู้ในลำดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นการเรียนรู้เรื่อง โค้ดดิ้ง (Coding) ไม่ใช่การเรียนไปตามแฟชั่น...ตามกะแส แต่ต้องผลักดันให้เด็กไทยเข้าใจและรู้ซึ้งอย่างแท้จริง ต้องย้ำว่า "แท้จริง" ถ้าเป็นแค่ "เปลือก Coding" คงไม่ได้ ต้องไปให้ถึง "แก่น Coding" โดยการมองให้ถึงแก่น จำเป็นต้องไม่มองเพียงด้านการเป็นภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ต้องมองภาพกว้างว่าเป็นทักษะที่ช่วยให้เด็กคิดทุกเรื่องอย่างเป็นเหตุเป็นผล ตาม ตัวแบบ CODING ดังต่อไปนี้

C: Creative Thinking ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
O: Organized Thinking คิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ
D: Digital Literacy เข้าใจภาษาดิจิทัล
I: Innovation ก่อเกิดนวัตกรรม
N: Newness สนับสนุนการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ
G: Globalization เข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์

มิน่าเล่าประเทศที่เจริญแล้วอย่างอังกฤษนั้นได้บรรจุวิชา Coding ในชั้นเรียนประถมศึกษาเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2557 แล้ว ขณะที่ญี่ปุ่น ก็ได้ประกาศให้วิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Computer programming) เป็นวิชาบังคับในระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศ (เริ่มที่ ป. 5) โดยจะเริ่มปฏิบัติจริงตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2563 เป็นต้นไป เป้าหมายของการสอนเขียนโค้ดยังมีมากกว่าการเข้าใจเทคโนโลยี เพราะถือเป็นการสอนเรื่องการคิดอย่างมีตรรกะให้กับเด็ก ๆ ผ่านการลองผิดลองถูก

ที่กล่าวในข้างต้นนี้ คือ หนึ่งในศาสตร์ความรู้ ณ วันนี้ ที่ครูจะต้องเรียนรู้ (ขอย้ำว่าเป็นเพียงหนึ่งในศาสตร์ความรู้เท่านั้น!!) และยังมีศาสตร์อีกหลากหลาย ซึ่งกำลังรอให้ครูเป็นผู้เบิกทางการเรียนรู้ เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพเด็กไทยในอนาคต? ที่ผ่านมาไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย...ไม่ว่าสังคมไทยจะต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาใดๆ ก็คงหนีไม่พ้น "ครู" ที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู เชื่อว่าครูพร้อมแบกรับภาระ ร่วมแก้ปัญหาให้ทุกคน ทุกสิ่ง ทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็น "ปัญหาของครู" หรือไม่? แต่ "ครูไทย" พร้อมทำหน้าที่สุดความสามารถแน่นอน...!!

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน