สภาพศพช่างไม้คนพื้นที่ราบสูง วัย 48 นอนคว่ำหน้าตับไต ไส้พุงทะลักออกมานอกร่างกายเกลื่อนถนน ลำตัวแหลกเละ แข้ง ขาฉีกขาด เบื้องต้นโชเฟอร์รถบรรทุกไก่เห็นเหตุการณ์ขณะขับรถตามหลังมา ยืนยัน รถบรรทุก 10 ล้อไม่ทราบทะเบียนและยี่ห้อเป็นผู้ก่อเหตุชนแล้วหนี เจ้าหน้าที่กู้ชีพต้องไล่เก็บชิ้นส่วนในร่างกายมอบญาตินำศพไปดำเนินการตามประเพณี

เวลา 20.40 น.ของวันที่ 10 ธ.ค.62 พ.ต.ท.ไชยยศ พฤฒิพงศ์พาณิชย์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ) ว่าเกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ถูกรถบรรทุก10 ล้อเฉี่ยวชนบนถนนสายพนมทวน-กำแพงแสน ฝั่งขาเข้า อ.พนมทวนฯ หลักกิโลเมตรที่109 เยื้องๆ ปากทางเข้ามุมสบายรีสอร์ท หมู่ 8 ต.พนมทวน อ.พนมทวนฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ถูกนำส่ง รพ.เจ้าคุณไพบูลย์พนมทวน และเสียชีวิต1 ราย ในที่เกิดเหตุ

หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่กิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.เจ้าคุณไพบูลย์พนมทวนฯ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นถนนในสภาพที่ตับไต ไส้พุง โดยเฉพาะลำตัว แขนขาฉีกขาด หักผิดรูปเนื่องจากถูกล้อรถบดขยี้ร่างจนแหลกเละคาถนน ซึ่งเป็นภาพอันน่าสยดสยองต่อผู้พบเห็นยิ่งนัก

ในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของรถคู่กรณี พบเพียงรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 ซีซี.สีดำแดง หมายเลขทะเบียน ขขร.-699 กาญจนบุรีล้มคว่ำอยู่กลางถนนในสภาพด้านท้ายพังเสียหาย จากการตรวจสอบหลักฐานในบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า จุดที่รถ จยย.ถูกชนอยู่ห่างจากจุดที่พบศพ และจุดที่รถล้มคว่ำไปประมาณ 300-400 เมตร คาดว่า หลังจากรถบรรทุก10 ล้อชนรถ จยย.แล้วลากทั้งรถ ทั้งคนไปตามถนน

เบื้องต้นจากการตรวจสอบหลักฐานบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทยชุมชนบนพื้นที่สูง(ชาวเขา 9 เผ่า) ของผู้ตายทราบชื่อผู้ตายชื่อนายนกแก้ว ทุมมา อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/ซ.หมู่ 6 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ผู้ตายมีอาชีพทำงานเป็นช่างไม้อยู่ที่โรงหล่อท่อปูนซีเมนท์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในเขต อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรีส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา สอบสวนทราบชื่อคือนายนัยอู อายุ 53 ปี เป็นคนงานทำงานอยู่ที่เดียวกันกับผู้ตาย เบื้องต้นจากการบอกเล่าของโชเฟอร์รถบรรทุกไก่ที่ขับรถตามหลังรถบรรทุก10 ล้อมาเล่าว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถบรรทุก10 ล้อเปล่าไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และยี่ห้อคาดว่าน่าจะเป็นรถบรรทุกอ้อย ที่กลับจากนำอ้อยส่ง รง.น้ำตาล เป็นผู้ก่อเหตุแล้วขับหลบหนีไป

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามสอบสวนจับกุมรถบรรทุก10 คันที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป