อิทธิฤทธิ์ ของ “บิ๊กรัฐบาล” ที่แม้จะมาจาก “นายทหาร” ก็ไม่ได้แปลว่า จะไร้อานุภาพ !

เพราะเวลานี้ ทั้ง “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ “2 ป.” คือ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังส่งสัญญาณ “เล่นแรง” ไปยัง “พรรคร่วมรัฐบาล” ว่าในท่วงทำนองว่า “อย่าแตกแถว” เพราะใช่ว่า “สูตรรัฐบาล” จะไม่มีโอกาส “เปลี่ยน” !

“ฝ่ายแค้น” ในรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์ คือจุดโฟกัสหลักในห้วงเวลานี้ เพราะนอกจาก “4 ส.ส.”ในสังกัด “ขั้วอภิสิทธิ์” อดีตหัวหน้าพรรคคนเดิม จะยกมือโหวตสวน “มติวิปรัฐบาล” ดึงดัน ยืนยันที่จะให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ฯขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจของ “คสช.”ในการออกคำสั่ง “มาตรา 44”

มิหนำซ้ำแม้ที่สุดแล้ว “เสียงข้างมาก” ฝ่ายรัฐบาล ที่นำโดย “พรรคพลังประชารัฐ” จะสามารถ ล้มญัตติดังกล่าวลงได้ แต่ถึงกระนั้น 1 ในส.ส.ของประชาธิปัตย์ อย่าง “เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช สังกัดกลุ่มอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังออกมาแถลงข่าวย้ำจุดยืน

คล้ายกับว่า “4 ส.ส.”ของประชาธิปัตย์ นอกจากจะไม่เกรงใจ “อดีตหัวหน้าคสช.” อย่างพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ยังเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” อีกด้วย

แม้การแก้เกมในช็อตแรกของพรรคพลังประชารัฐ จะใช้วิธีการดึง “ส.ส.”จากพรรคฝ่ายค้าน ให้อยู่แสดงตนจนทำให้องค์ประชุมไม่ล่ม เกิดเป็น “10งูเห่า” กระจายอยู่ใน 4 พรรคฝ่ายค้าน แต่ใช่ว่าความไม่พอใจจากบิ๊กรัฐบาลจะจบลง เพราะสิ่งที่ “ฝ่ายแค้น” อย่าง “4 ส.ส.ประชาธิปัตย์” เคลื่อนไหวนั้นไม่ต่างไปจากการ “ท้าทาย” โดยที่ไม่มีใคร “รับประกัน”ได้ว่า ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอีกรอบหน้า

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ “ข่าวร้อน” ที่จงใจกระพือ หวังกระทบทางตรงไปยังประชาธิปัตย์ ว่าในการปรับครม.รอบหน้า อาจมีการเปลี่ยนแปลง พรรคร่วมรัฐบาล ข่าวล่ามาแรงไปไกลถึงขั้นที่ว่า “พรรคเพื่อไทย” ที่เหมือนจะอยู่ “ขั้วตรงข้าม” กับพล.อ.ประยุทธ์ กลับกลายเป็น “ตัวเลือกอันดับ 1” ที่มีโอกาสจะเป็นไปได้มากที่สุด !

ปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ เวลานี้ ดูเหมือนว่าจะหนักหนาสาหัสมากขึ้นทุกขณะ เพราะไม่เพียงแต่ ภายในพรรคจะมี “คลื่นใต้น้ำ” จากกลุ่มก๊วนการเมือง กลุ่มต่างๆ ที่ไม่ลงรอยกันเองแล้ว ล่าสุด “เลือดไหล” ออกจากพรรคยังไม่หยุด

เมื่อ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค นั่นหมายความว่า พีระพันธุ์ จะต้องหลุดจากการเป็นส.ส.ไปโดยปริยาย แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาจากนี้ คือปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ “ขั้วหัวหน้าพรรค” คนปัจจุบันคือ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” ขบเหลี่ยมกับ “ขั้วอภิสิทธิ์” ผสมปนเปไปกับ “รอยร้าว” ตั้งแต่เมื่อคราวเปิดศึก “ชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค” มาก่อนหน้านี้

จากศึกในของประชาธิปัตย์ที่เคลี่ยร์กันไม่ลงตัว กำลังจะกลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้พรรคได้รับผลกระทบในการดำรงอยู่ร่วมเป็น รัฐบาลกับ “พี่น้อง 3ป.” ที่จะไม่ยอมให้ใครท้าทาย หรือ “เล่นเกม” ไม่เลิกรา

ฉะนั้นทั้งข่าวที่ว่าอาจมีรายการ “ยึดโควต้า” เก้าอี้รัฐมนตรีในส่วนของประชาธิปัตย์คืน เมื่อการปรับ
ครม.รอบหน้ามาถึง หรือแม้แต่การส่งสัญญาณ “ญาติดี”กับพรรคเพื่อไทย ล้วนแล้วแต่กำลังสะท้อนให้เห็นว่า “3ป.” ไม่ปลื้ม !

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance