ภายใต้วิบากกรรมของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ จากปมบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และป่าไม้จำนวน 46 ไร่ โดยคดีนี้เป็นที่จับตามากที่สุด ว่าจะมีบทสรุปออกมาอย่างไร เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนักการเมืองในขั้วของพรรคร่วมรัฐบาล ผนวกกับท่าทีปะ ฉะ ดะ ของ "ปารีณา"ที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกฝ่ายที่เข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้

กระนั้นแสงสปอตไลต์ทางการเมืองกลับสาดส่องมาที่ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เจ้าของฉายามือปราบป่าไม้ ที่กลายเป็นชื่อของบุคคลที่ฮอตฮิตติดคำค้นหาใน Google มากที่สุด โดยชาวโซเชียลต่างแห่ให้กำลังใจ อธิบดีกรมป่าไม้ หลังจากมีคลิปข่าวปรากฏออกมาว่า ทวี ไกรคุปต์ บิดาของ "ปารีณา"ที่ไปร่วมฟังการแถลงข่าวเตรียมแจ้งความ "ปารีณา"อยู่นั้น แย่งไมค์จากมือของ อธิบดีกรมป่าไม้ขณะแถลงข่าว ท่ามกลางความงุนงงของผู้บริหารกรมป่าไม้ และสื่อมวลชน จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล และชื่นชมอธิบดกรมป่าไม้ที่สุภาพและไม่ตอบโต้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการตรวจสอบที่ดินเขาสนฟาร์ม 2 ของ ปารีณา พบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ 46 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และพื้นที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา

"ยืนยันว่าตามข้อมูลที่ตรวจสอบทั้ง 2 ครั้ง พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตของป่าไม้อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า จะต้องมีการแจ้งความต่อไป ทั้งนี้การทำงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นการประวิงเวลาตามที่ถูกสังคมตั้งข้อสงสัย กรมป่าไม้ได้ทำงานอย่างเต็มที่และเร็วที่สุดหลังการสั่งการในวันแรก เพียงแต่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องในการรวบรวมหลักฐานแจ้งความผิด และยืนยันว่าเป็นการทำงานในมาตรฐานเดียวกัน"อรรถพล ระบุ

ขณะที่ "ทวี" เองถึงกับลั่นวาจาว่า ในคดีนี้หากตรวจสอบว่าผิด และต้องติดคุก พร้อมจะฆ่าตัวตาย เพราะรักศักดิ์ศรี
"การกล่าวหาว่าผมบุกรุกที่ดินถือว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายที่สุดในชีวิต ผมเป็นคนรักษาชื่อเสียงยิ่งกว่าชีวิต ไม่เสียดายชีวิตถ้าสิ่งนั้นทำให้ผมเสียชื่อเสียง"

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ระบุว่าจะฆ่าตัวตายหากคำพิพากษาปรากฏว่าผิด ถือว่ากดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ "ทวี"ก็กลับลำ “งั้น ผมขอยกเลิกที่พูดไปว่าจะฆ่าตัวตาย แต่ผมยืนยันว่ารักศักดิ์ศรีของผม”

สำหรับ "อรรถพล" ที่กำลังเป็นขวัญใจชาวโซเชียลอยู่นี้ เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2509 ปัจจุบันอายุ 53 ปี จบการศึกษาจาก วิทยาศาสตรบัณฑิต (วนศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัธรรมาธิราช รับราชการในกรมป่าไม้ตลอดมาจนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันและปราบปรามและควบคุมไฟป่า ก่อนขยับขึ้นเป็นสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมุทรสงคราม ผู้อำนวยการสำนักวิชาการ ป่าไม้ และ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าตามลำดับ

กระทั่งเดือน มิ.ย.2560 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมป่าไม้ และยังรับหน้าที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า มีผลงานเป็นที่จับตา หลังได้เข้าไปปฏิบัติการปราบปราม ทั้งรีสอร์ตบุกรุกภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ การจัดหาที่ดินทำกินของ คทช. และแก้ปัญหากลุ่มทุนปลูกสวนยางพาราในเขตป่าภาคอีสาน และภาคใต้

ขณะที่ตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ ว่างลงตั้งแต่เดือนต.ค.2560 หลังจากนายชลธิศ สุรัสวดี ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้อรรถพล เมื่อเดือนพ.ย. 2561 มีผลงานโดดเด่น เช่น การปราบปรามขบวนการค้าไม้มู่หลานจากจีน การแก้ปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าตามนโยบาย คทช.รวมทั้งการปลดล็อกมาตรา 7 เรื่องไม้หวงห้ามในที่ดินกรรมสิทธิ์ รวมทั้งคดีการบุกรุกป่าไม้หลายท้องที่

"อรรถพล" ได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมาก เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2562 หลังจากให้มารดานั่งเก้าอี้ทำงานประจำตำแหน่งของตัวเองเป็นคนแรก จากนั้นก้มลงกราบขอพร