จากเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ย. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบริเวณริมตลิ่ง และพื้นที่ลุ่มต่ำ หลายแห่ง

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากเกิดฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร จนเกิดความเสียหายหลายพื้นที่ กรมชลประทาน มีความห่วงใยประชาชนจึงสั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

ที่จังหวัดนราธิวาส เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 31 พ.ย. ถึงวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา สามารถวัดปริมาณฝนสะสมได้ประมาณ 336 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโก-ลก ปัจจุบัน (5 ธ.ค. 62) ที่สถานีวัดน้ำท่า X.119A บริเวณสะพานลันตู อำเภอสุไหงโก-ลก ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 1.56 เมตร ความว่าระดับน้ำจะลดต่ำกว่าตลิ่งภายในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ และบริเวณคลองตันหยงมัส ที่สถานีวัดน้ำท่า X.73 บ้านตันหยงมัส อำเภอระแงะ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 83 เซนติเมตร กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ ขนาด 8 -12 นิ้ว จำนวน 12 เครื่อง เครื่องสูบน้ำ Hydro Flow จำนวน 5 เครื่อง และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 6 แห่ง จำนวน 12 เครื่อง รวม 29 เครื่อง

จังหวัดพัทลุง เกิดฝนตกหนักบริเวณลุ่มน้ำคลองสะพานหยี ในเขตตำบลนาโหมด อำเภอเมือง ซึ่งปัจจุบันที่ ระดับน้ำลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนลุ่มน้ำคลองท่าแนะ ตำบลดอนทราย อำเภอควนขนุน ยังคงมีน้ำท่วมบริเวณวัดล้อ และถนนสายตลาดควนขนุน-แยกโพธิ์ทอง ระดับน้ำสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร โครงการชลประทานพัทลุงเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 12 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 10 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่โดยเร็ว

สำหรับที่จังหวัดชุมพร พบน้ำล้นตลิ่งบริเวณตำบลบ้านควน อำเภอหลังสวน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร บริเวณพื้นที่โรงเรียนชลธารวิทยา และท่วมผิวจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4134 สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 200 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอทุ่งตะโก น้ำท่วมสูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล ได้แก่ หมู่ 3 หมู่ 8 ตำบลทุ่งตะไคร หมู่ 3 ตำบลช่องไม้แก้ว หมู่1 หมู่2 และ หมู่12 ตำบลตะโก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงจัดเข้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตลอดจนประสานงานเครือข่ายต่าง ๆ ในการติดตามสถานการณ์น้ำ 24 ชั่วโมง ร่วมกับหลายหน่วยงานในพื้นที่ หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง