ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ศึกเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ เพราะนอกจากคืบคลานใกล้เข้ามาขณะ เหลือเพียง 10 วันเท่านั้น ที่ชาวเมืองผู้ดีจะได้มีโอกาสหย่อนบัตรเลือกผู้แทนของพวกเขาให้เข้าไปนั่งยังสภาในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค.ที่จะถึงนี้กันแล้ว ก็ปรากฏว่า การชิงชัยในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดเข้มข้น แถมมิหนำซ้ำล่าสุด ก็ได้ผุดปะทุเป็นประเด็นร้อนทางการต่างประเทศกันขึ้น ระหว่างอังกฤษ กับสหรัฐอเมริกา สองชาติที่ได้ชื่อว่า คู่หูพันธมิตรอันแนบแน่น

โดยเป็นประเด็นร้อนกันขึ้นมา จนถึงขนาดมีวาทกรรมตอบโต้กันไปมาเลยทีเดียว

เมื่อปรากฏว่า ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ฝีปากกล้าจอมสร้างสีสัน ได้พลันกล่าววาจาในเชิงแสดงทรรศนะต่อการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษที่มีกำลังจะมีขึ้นข้างต้นว่า นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคแรงงาน ฝ่ายค้านคนสำคัญของอังกฤษนั้น เป็นตัวเลือกที่ “แย่มากสำหรับอังกฤษ (So bad for Britain)” หากว่าเขาได้รับชัยชนะเลือกตั้งและได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศ

ทั้งนี้ ทรรศนะของประธานาธิบดีทรัมป์ข้างต้น ก็มีขึ้นในระหว่างที่เขาให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อมวลชนเมื่อช่วงก่อนหน้า

พร้อมกันนั้น ในระหว่างนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุดังกล่าว ในลักษณะชื่นชมต่อนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษว่า เป็น “ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมหัศจรรย์ (Fantastic guy)”

ใช่แต่เท่านั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังได้ให้คำแนะนำต่อนายกรัฐมนตรีจอห์นสันของอังกฤษด้วยว่า ควรจะต้องยอมทำข้อตกลงกับนายไนเจล ฟาราจ หัวหน้าพรรคเบร็กซิต อีกด้วย

ทว่า แทนที่จะทำให้นายบอริส จอห์นสัน หลงใหลได้ปลื้มกับคำชม ก็ปรากฏว่า ก่อให้เกิดให้นายกรัฐมนตรีแห่งเมืองผู้ดี เกิดอาการ “ไม่สบายใจ” ขึ้นมาเสียนี่!

เรียกว่า ตรงกันข้ามกันเลยทีเดียว สำหรับผลลัพธ์ที่ออกมา

ถึงขนาดที่นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ออกมาเอ่ยปากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กันทีเดียวเชียวว่า โดยธรรมเนียมแล้ว สิ่งที่พวกเราจะไม่กระทำต่อพันธมิตร ตลอดจนเพื่อนพ้องทั้งหลาย ก็คือ การเข้าไปก้าวก่ายกิจการภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในประเทศของเขา

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน และหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมแห่งอังกฤษ ยังกล่าวอีกว่า และถ้าจะเป็นการดีที่สุด เมื่อคุณ (หมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์) มีเพื่อนและพันธมิตรที่สนิทสนมกันมากๆ เฉกเช่นอังกฤษกับสหรัฐฯ เยี่ยงนี้ ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าไปก้าวก่ายยุ่งเกี่ยวการเลือกตั้งของกันและกัน

พลันที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าววาจาตอบโต้ออกไป ทางเจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวสหรัฐฯ รายหนึ่ง ออกมาแก้ต่างๆให้แก่ผู้นำสหรัฐฯ ของพวกเขาด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ รู้ตัวดี และว่า เขาจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการเลือกตั้งของประเทศอื่นๆ อีก

บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า โดยการออกมากล่าวตอบโต้ของนายกรัฐมนตรีจอห์นสันนั้น ก็แสดงความหวั่นวิตกต่อคะแนนนิยมในช่วงที่การเลือกตั้งของอังกฤษ กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ โดยเหลือเวลาอีกเพียงสัปดาห์กว่าๆ หรือประมาณ 10 วันเท่านั้น ซึ่งการออกมากล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ข้างต้น ก็อาจส่งผลต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนายกรัฐมนตรีจอห์นสันได้ ท่ามกลางคะแนนนิยมที่ ณ เวลานี้ ต้องถือว่า นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ได้เปรียบเหนือกว่าหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ อยู่ก็จริง แต่ในกาสำรวจคะแนนนิยมล่าสุด ก็มีแนวโน้มว่า พรรคแรงงานของนายคอร์บิน ก็เริ่มตีตื้นขึ้น จนช่องว่างที่เคยถ่างกว้าง ได้เริ่มแคบขึ้นใกล้เข้ามา

ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์ที่คะแนนนิยมของพรรคแรงงานที่ขยับเพิ่มขึ้นมา ทางพลพรรคของพรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษ ก็หวั่นเกรงกันด้วยว่า อาจส่งผลให้ทางพรรคฯ ไม่สามารถได้รับชัยชนะแบบเสร็จเด็ดขาด ได้รับเสียงข้างมาก จนถึงอาจไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลด้วยพรรคอนุรักษ์นิยมแต่เพียงลำพังได้ ต้องพึ่งพาพรรคเล็ก พรรคน้อยอื่นๆ จนกลายเป็นรัฐบาลผสม ที่เสถียรภาพไม่มั่นคง เหมือนกับสมัยรัฐบาลที่กำลังจะผ่านพ้นไป

ว่ากันถึงในส่วนของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ต้องบอกว่า ได้แสดงทรรศนะเชิงวิพากษ์วิจารณ์ที่ทำให้พันธมิตรคู่หูของสหรัฐฯ อย่างอังกฤษ บังเกิดความไม่สบายใจกันมาแล้ว เช่น การกล่าวโจมตีนโยบายแยกตัวออกจากสมาชิกภาพของสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิต โดยอดีตนายกรัรฐมนตรีเทเรซา เมย์ หรือในสมัยรัฐบาลอังกฤษก่อนหน้าของนายกรัฐมนตรีจอห์นสัน

อย่างไรก็ดี เหล่านักวิเคราะส่วนหนึ่งได้แสดงทรรศนะว่า หรือการกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีขึ้น ก็เป็นเพียงกวักมือเรียกแขกให้มาจับเข่าคุยกัน ในระหว่างที่ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตซัมมิต ซึ่งจะมีขึ้น ณ กรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ ในช่วงสัปดาห์นี้