ตลอดหลายวันมานี้ นอกเหนือไปจากปมประเด็นเรื่อง “สภาฯล่ม” ที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ต้องยอมรับว่าการเดินเกม “นอกสภาฯ” ของ “พรรคอนาคตใหม่” เพื่อเปิดแนวรบพุ่งตรงไปยัง “กองทัพ”

เพราะอย่าลืมว่า “กองทัพ” ถือเป็น “หัวใจ” ของรัฐบาล ที่มี “บิ๊กทหาร” นั่งกุมบังเหียนอยู่หัวโต๊ะ ด้วยหวังผลว่า นี่คือเกมที่จะสร้างน้ำหนักและทำให้รัฐบาล สั่นสะเทือน ได้มากกว่า “ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ด้วยซ้ำ !

แต่เมื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่บัดนี้เหลือเพียงเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่” ประกาศเดินสายรณรงค์เรื่องการยกเลิกให้มีการเกณฑ์ทหาร และล่าสุดยังมีการตรวจสอบ “งบประมาณ” ในส่วนของ “กระทรวงกลาโหม” หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งยื่นใบลาออกจากการเป็นกรรมาธิการฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี2563

ขณะที่บรรดา “แนวร่วม” นอกสภาฯที่มีแนวทางและอุดมการณ์เป็นเนื้อเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ ยังร่วมเคลื่อนไหวรณรงค์ ให้มีการยกเลิกเกณฑ์ทหาร อย่างคึกคัก

จนทำให้ทั้งในส่วนของ “พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์” โฆษกกระทรวงกลาโหม ต้องออกมาชี้แจงพร้อมทั้งตอบโต้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งการชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการเกณฑ์ทหาร ไปจนถึงการยกกรณีที่ล่าสุดหลายประเทศในยุโรป กลับเตรียมฟื้นการเกณฑ์ทหารกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสร้างวินัย และเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวหันมาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

ทางด้าน “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะ “สนามไชย1” เจ้ากระทรวงกลาโหมเอง ได้ออกปาก ทั้ง ปรามและสวนกลับไปยัง พรรคอนาคตใหม่ และธนาธรมาแล้วถึงความจำเป็นว่า “ มีทหารเอาไว้ทำไม”

ส่วน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เองได้ออกมาส่งสัญญาณดังๆแล้วว่า การเคลื่อนไหวของธนาธร นั้นสามารถทำได้ แต่อย่าให้ผิดกฎหมายก็แล้วกัน !

การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ ด้วยการเปิดแนวรบนอกสภาฯ นั้น มีแนวโน้มว่าน่าจะเขย่า รัฐบาล โดยเฉพาะ ทั้ง บิ๊กตู่และบิ๊กป้อม ได้อย่างจะแจ้ง ยิ่งเมื่อ ในอดีตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เองได้วางตำแหน่งการเล่นให้ “กองทัพ” เป็นเครื่องค้ำจุนอำนาจ จนทำให้รัฐบาล “ประยุทธ์ 1” สามารถอยู่ได้อย่างราบรื่นมาตลอดระยะเวลากว่า 5ปี

แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองเริ่มแปรเปลี่ยน เมื่อ “ผู้เล่นในสนามการเมือง” ปรากฎตัว และพยายามมีบทบาทมากขึ้น ภายหลังจากที่สามารถฟันฝ่า การเลือกตั้ง เมื่อ24 มี.ค.62 เข้ามาได้ “กองทัพ” ที่เคยเข้มแข็ง เป็นจุดแข็ง จึงกลายเป็น “เป้าหมาย” ที่ฝั่งตรงข้าม รู้ดีว่าหากเขย่า ทำให้สั่นคลอนได้มากเท่าใด รัฐบาล “ประยุทธ์ 2/1” ก็จะยิ่งอยู่ได้ยาก มากขึ้นเท่านั้น

เพราะหากจะให้ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เพื่อเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับคสช. ดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริง ยิ่งเมื่อ “ 250สว.” อันเป็นกลไกของ คสช. ไม่เอาด้วย การเดินไปสู่เป้าหมาย “รื้อ โละ” รัฐธรรมนูญ 2560 ก็อาจเป็นเรื่องที่สูญเปล่า

เป้าหมายของพรรคอนาคตใหม่ และธนาธร แท้จริงแล้วเขาเองก็รู้ดีว่าการยกเลิกให้มีการเกณฑ์ทหารนั้นก็ใช่ว่าจะลุล่วงหรือสำเร็จ เกิดขึ้นได้จริง แต่นาทีนี้ การเลือกตีไปยัง “กล่องดวงใจ” คือ “กองทัพ” น่าจะเป็นโอกาสสั่นคลอนทั้ง บิ๊กทหาร ได้มากที่สุด !