วันนี้ (2ธ.ค.2562)นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมบูรณาการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 “ร่วมใจ CHECK คน CHECK รถ CHECK ความพร้อม ก่อนออกเดินทาง” บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ และภาคเอกชน ดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประกอบด้วย กิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รณรงค์การตรวจความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ และกิจกรรม Checking Point เป็นการตรวจสอบรถและพนักงานขับรถอย่างเข้มข้นตลอดการเดินทาง และกิจกรรมตั้งจุดบูรณาการร่วม กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โครงการ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” ตั้งจุดบริการทั่วไทย ตลอดเทศกาลปีใหม่

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เผยว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการมาตรการ Check คน Check รถ Checking Point การตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้พี่น้องประชาชน ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนในการเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ กรมการขนส่งฯได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยรณรงค์ให้ตรวจสภาพรถก่อนการเดินทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2562 ให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทาง 20 รายการ โดยไม่คิดค่าบริการ อาทิ การตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง/ไฟสัญญาณต่าง ๆ ณ สถานบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” รวมกว่า 31 องค์กร จุดให้บริการกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ

รมว.คมนาคม กล่าวว่า ส่วนความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะให้ดำเนินการตรวจสอบรถโดยสารและพนักงานขับรถ ณ จุด Checking Point อย่างต่อเนื่อง ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะตลอดเส้นทาง ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารถโดยสารสาธารณะมีความพร้อมในการให้บริการ การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะมีความปลอดภัย โดยจะมีการตรวจสภาพความพร้อมของรถ อาทิ ตัวถังรถต้องมั่นคงแข็งแรง, ประตูทางขึ้น-ลงเปิดปิดได้ตามปกติ และประตู/ทางออกฉุกเฉินเปิดได้จากด้านใน, ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่าง ๆ และแตร ทำงานปกติ, ที่นั่งผู้โดยสารยึดติดกับตัวถังมั่นคงแข็งแรง ไม่ชำรุด, มีเข็มขัดนิรภัยและใช้งานได้ทุกที่นั่ง, มีค้อนทุบกระจก และถังดับเพลิงตามจำนวนและตำแหน่งที่กำหนด, ระบบ GPS Tracking พร้อมใช้งาน, ยางรถไม่มีรอยฉีกขาด บวม นูน, กระจกกันลมด้านหน้าและด้านหลังไม่แตกร้าวจนอาจก่อให้เกิดอันตราย

อีกทั้งรวมถึงตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในขณะปฏิบัติหน้าที่ อาทิ ตรวจการมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง, ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย (ความอ่อนเพลีย), ตรวจสมุดประจำรถ, ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ, ตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ หากพบการกระทำผิดที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงให้เปลี่ยนรถและพ่นห้ามใช้หรือเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถทันที

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ กรมการขนส่งฯได้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยทั่วประเทศ สนับสนุนงบประมาณให้ตั้งจุดบูรณาการร่วมกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โครงการ “อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” ตั้งจุดบริการทั่วไทย 259 แห่ง บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น สถานีบริการน้ำมัน หรือจุดให้บริการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บริการตรวจสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีฉุกเฉิน บริการรถยก (บางพื้นที่) บริการนวดผ่อนคลาย บริการผ้าเย็น น้ำดื่ม ข้อมูลเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว รายชื่ออู่รถที่เปิดให้บริการ เป็นต้น ซึ่งเป็นการให้บริการฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งฯ กล่าวว่า กรมการขนส่งฯมีความเข้มงวดเฝ้าระวัง การใช้ความเร็วของรถโดยสารให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดหน่วยเคลื่อนที่ตรวจจับความเร็วในเส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ เช่น ถนนพระรามสอง ถนนสายเอเชีย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการเดินรถผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งดำเนินการตรวจสอบรถและควบคุมกำกับดูแลผู้ขับรถให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการใช้ความเร็วในการขับรถ จำนวนชั่วโมงในการขับรถ การใช้ใบอนุญาตขับรถให้ถูกต้องตามประเภท รวมถึงกำชับในการปฏิบัติหน้าที่ขับรถ “แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์” พร้อมเชิญชวนประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนขับรถ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7- 8 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เมื่อมีอาการเหนื่อยล้าระหว่างการเดินทางควรหยุดพักในจุดที่ปลอดภัยหรือจุดบริการที่ภาครัฐและเอกชนได้จัดเตรียมไว้ให้อย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อการเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัยและมีความสุขในเทศกาลปีใหม่