สถาพร ศรีสัจจัง

แม้สังคมไทยจะเป็นสังคมลืมเร็ว แต่สำหรับชาวบ้านลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลาแล้ว การที่จะทำให้พวกเขาลืมภาพซากศพที่ถูกแรงระเบิด และการระดมยิงอย่างโหดร้ายสามานย์จากเหล่าโจรไร้ศาสนา (ไม่ว่าพวกมันจะอ้างว่าทำในนามของอะไรหรือสิ่งใดก็ตาม) ของพ่อแม่พี่น้องเครือญาติ และเพื่อนบ้านที่นอนเกาะก่ายกองสุมกันอยู่ในป้อม ชลบ.ประจำหมู่บ้าน(อันอ่อนแง่นและเปราะบาง) ในดึกดื่นอันหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ ที่ปรากฏอยู่คา (ทุก)ตาในดื่นดึกของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 นั้น จะเป็นไปได้อย่างไร?

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่อาสามัครเข้ามารับผิดชอบประเทศไทย (บอกว่ามาจากการเลือกตั้ง) ที่ไม่เคย “แสดงท่าที” ว่าจะเดินทางมาดูมาเยี่ยมพวกเขาเลยสักแว่บเดียว หรือ สักครั้งเดียวจะเข้าใจความรู้สึกเหน็บหนาวเคว้งคว้างเช่นนี้บ้างไหม?

ผู้บัญชาการทหารบกเล่า ทำอะไรบ้าง? ยังมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้องอีกเท่าไหร่เล่า ที่ไม่เคยรู้สึกรู้สากับวีรกรรมแท้จริงของชาวบ้านลำพะยาผู้ “กล้าต่อสู้กล้าเสียสละ” ในครั้งนี้(อย่างจริงจังและจริงใจ)?

ผู้ยิ่งใหญ่ทรงอำนาจเหล่านี้กำลังทำอะไรกันอยู่? และพวกเขาแสดงความรับผิดต่อชีวิตของชาวบ้านที่สังเวยต่อระบบป้องกันประเทศอันแสนจะบกพร่องและอ่อนแอของพวกเขาอย่างไร?

แน่ละ พวกเขาต้องมีเหตุผลสารพัน พวกเขาจะใช้เงินภาษีของชาวบ้านนั่นแหละมา “เยียวยา” ชาวบ้านในนามของ “รัฐบาล” ของพวกเขา เงินภาษีชาวบ้านสักเท่าใด หรือที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องลูกหลานของเหล่าชาวบ้านที่อุทิศชีวิตไปกับ “สงคราม” ที่พวกเขาไม่เคยรู้ต้นสายปลายเหตุ

สงครามที่ตอบได้ชัดเจนว่าล้วนเกิดขึ้นเพราะความบกพร่องผิดพลาดของ “รัฐ” เองไม่ว่าจะเป็นรัฐที่นำโดยนามของตัวแทนที่ไปจากการเลือกตั้ง ลากตั้ง หรือ ยัดตั้ง หรือในนามของใครก็เถอะ!

ชาวบ้านหัวใจอาสาที่ต้องการปกป้องแผ่นดิน ปกป้องหมู่บ้านของตัวเอง ที่ต้องเสียสละชีวิตอันสูงค่า (ประมาณค่ามิได้เหมือนกับชีวิตนายกรัฐมนตรี,บรรดาขุนทหาร และนายตำรวจใหญ่ทั้งหลาย) ลงพร้อมกันถึง 15 ศพอย่างน่าอเนจอนาถใจในชะตากรรม อย่างชาวบ้านลำพะยาในครั้งนี้

ยังมีอีกหลายคนที่ต้องตกอย่างในสภาพพิกลพิการ และบาดเจ็บสาหัสทั้งด้านร่างกายและจิตใจ!

ภาพจำที่ยังหมาดๆ จากศพทั้ง 15 ศพที่เป็นชาวบ้านแห่งหมู่บ้านบำพะยาแท้ๆ ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ มีบางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม หรือโดยแท้จริงแล้วชีวิตของชาวบ้านเหล่านี้ ทั้งไทยพุทธ-มุสลิม เป็นเพียงบันไดบางขั้นให้นักค้าสงคราม ที่มีแต่ร่ำรวยขึ้น สามานย์ขึ้น หรือคนพวกไหนกันแน่ ได้เหยียบย่างขึ้นไปสู่จุดหมายแห่งผลประโยชน์และความมั่งคั่งกันเล่า?

อาจมีบางใครที่ “รู้สึก” ต่อบรรดา “ท่านผู้นำประเทศ” ถึงเรื่องนี้ เก็บความรู้ไว้ภายในไว้ไม่ได้ จึงพรูพรั่งออกมา และฝาก “บทกลอนที่เขียนไม่จบ” บทนี้มาให้ ดูเหมือนจะมาจากลำพะยา ดินแดนแห่งการฆาตกรรมหมู่อันแสนจะโหดร้ายเมื่อไม่นานมาแห่งนั้นนั่นแหละ

อย่าเพิ่งปิดตาปิดหูแห่ง “อำนาจ” ลงเลย ลองอ่านลองฟังกันดูเถอะ!!

“ ๐ โดยมือเหล่าฆาตกร “ไซตอน” สถุล/เหล่าสมุนปีศาจไร้ศาสนา/ประกอบการก่อกรรมที่ “ลำพะยา” /เมืองยะลาภาคใต้ชายแดนไทย/ โดยจิตใจสามานย์ยากพานพบ/สร้างเพลงศพก่อเพลงชังครั้งยิ่งใหญ่ / สิบห้าศพ..ร้าวรานสะท้านใจ/ดั่งบ้านเมืองร้างไร้คนดูแล/ดั่งบ้านเมืองไร้ตำรวจไร้ทหาร/มีเพียงหุ่นทวารบาลยืนป้อแป้/กับฟ่อนเงินไม่น้อยลอยเป็นแพ/ที่เหมือนเพียงมีไว้แก้กำหนัดกัน?/เงินก็เงินทองก็ทองของชาวบ้าน/เสียภาษีหลังอานแบบไม่อั้น/อ้างกฎหมายอ้างปัญหาสารพัน/เหมือนยิ่งตีบยิ่งตันเข้าทุกที/ทั้งไทยพุทธมุสลิมตายกันเกลื่อน/เหมือนบ้านป่าเมืองเถื่อนไปทุกที่/ผู้ปกครองทั้งหลายเหมือนไม่มี/สัปดนสิ้นดี..ไม่มีอาย.............................................”

ได้อ่านแล้วรู้สึกรู้สาอะไรกันบ้าง ได้คิดอะไรกันบ้าง?

หรือท่านผู้นำทั้งหลาย ตั้งแต่ท่านนายกฯลุงตู่เป็นต้นไป จนถึงหัวหน้านายทัพอย่าง “บิ้กแดง” อะไรท่านนั้นและหัวหน้า “หมาต๋า” ผู้อยู่ยงคงกะพันอันยิ่งใหญ่ จะไม่ลอง “เจียด” หาเวลาเพื่อมาเยี่ยมคารวะดวงวิญญาณคนที่รักบ้านเมืองจริงอย่าง “วีรชนชาวบ้านแห่งลำพะยา” กันสักหน่อยจะเป็นไรไป...

คิดเสียว่ามาหาเสียงเพื่อต่ออายุให้รัฐบาลก็ได้อ้าว!!!!