เพจเฟซบุ๊ก PEACE NEWS โพสต์ข้อความลงวันที่ 24 พ.ย. 2562 ระบุว่า... ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงสถานการณ์นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญ (ศาล รธน.) วินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. ว่า เป็นชะตากรรมของคนที่เขาไม่ต้องการให้เข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.ตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว

นายจตุพร ย้ำว่า ตนเคยวิเคราะห์สถานการณ์ก่อนหน้า ศาล รธน. จะมีคำวินิจฉัยแล้วว่า นายธนาธร ไม่รอด ซึ่งก็ไม่รอดจริง ๆ แล้วหลายคนไม่พอใจตน แต่ตนมองกระดานการเมืองด้วยความเป็นจริง ไม่ใช้อคติหรือความชอบเป็นพิเศษ

“คดีของนายธนาธร ชัดเจนตั้งแต่ไม่ได้ทำงานในสภา แม้แต่วันเดียวแล้ว และเป็นปรากฎการณ์ที่สรุปจบแล้วว่า ถูกล็อคเป้า สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ จะสู้อย่างไร เลิกคิดเรื่องความถูกผิด และอย่าถามหาข้อเท็จจริง ถ้าเราถามหาเรื่องแบบนั้นแสดงว่าไม่เข้าใจกระดานการเมือง ต้องคิดในมิติที่ไม่เข้าข้างตัวเอง”

นายจตุพร วิเคราะห์หนทางต่อสู้ของนายธนาธรว่า ต้องฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาอย่างน้อย 4 ด่านที่ต้องเจอ โดยดาบแรกคือเรื่องพ้นสมาชิกภาพ ซึ่งเจอไปแล้ว ดาบที่สองคือเรื่องพรรคอนาคตใหม่ ถูกร้องเรียนเรื่องล้มล้างการปกครอง ต้นเดือนธันวาคมจะมีการตัดสิน

ดาบที่สาม คือ เรื่องต่อเนื่องจากพ้นสมาชิกภาพ ส.ส.คือคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษ 1-10 ปี ตัดสิทธิการเมืองถ้าเต็มที่ก็ 20 ปี และดาบที่สี่ คือ เรื่องที่นายธนาธร ให้เงินกู้กับพรรคอนาคตใหม่ สถานการณ์ขณะนี้ ในฐานะคนผ่านเส้นทางนี้มาแล้ว รู้ว่าจะเจออะไร ควรหาทางสู้อย่างไรต้องไปคิด

“เขาให้อยู่ในสภาไม่ได้ จึงมีขบวนการลงมือจัดการนายธนาธร ก็จะถูกด่านทำลายถึง 4 ด่าน และเขาจะเดินจนจบ ดังนั้น สนามแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องถูก-ผิด แต่เป็นว่าเขาจะลงมือกันอย่างไร และเราต้องคิดจะต่อสู้อย่างไร ต้องค่อยๆคิดด้วยความเป็นจริง ไม่ใช่คิดในฐานว่า เราถูกอย่างเดียว ซึ่งคิดเข้าข้างตัวเอง”
ส่วนสถานการณ์การทำงานของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) นั้น ตนเห็นว่า กรรมาธิการดังกล่าวจะเป็นกรรมาธิการที่ทำงานไม่ได้อีกต่อไป เมื่อมีชายหญิงคู่หนึ่งคอยป่วนทุกสัปดาห์ ถ้าทุกสัปดาห์ยังต้องเจอปัญหาแบบนี้ อย่าประชุมให้เสียเวลา

“ต้นเหตุแค่จากเรื่อง เชิญนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ทำให้มีคนเข้ามาป่วน และคนที่ทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการนี้ต้องตั้งหลักใหม่ จัดการปัญหาให้ได้ หากจัดการไม่ได้ จะเกิดวิวัฒนาการเหมือนในอดีต อาทิ การลากเก้าอี้ ในที่ประชุมฯ นำพาความเสื่อมสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง”

รวมทั้ง นายจตุพร กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนเคยแนะไปแล้วเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากยังฝืนตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะพังตั้งแต่เริ่ม เป็นการซื้อเวลา ไม่มีวันสำเร็จ ถ้าทำตามที่ตนแนะ คือ แก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพียงแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาฯใด ๆ เพราะจะทำให้หนทางยากลำบากไปอีก

“ผมคาดว่า ในวันที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันนั้นสถานการณ์ทางการเมืองจะแย่ กำลังฝ่ายค้านจะหายไปส่วนหนึ่งจากสถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่”
นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายว่า เราหนีวิบากรรมเศรษฐกิจประเทศไม่ได้ ท้ายที่สุดเมื่อท้องประชาชนหิวถึงที่สุด รัฐบาลที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้จะอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อแก้ปัญหาชาติไม่ได้ ควรคิดสละ โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ ไม่ควรอยู่เป็นภาระประชาชน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน