หลังสิ้นสภาพส.ส.ไป ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) จากเหตุถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีท่าทีไม่ยอมรับต่อคำวินิจฉัยนัก

อย่างไรก็ตาม นายธนาธร ให้ความมั่นใจกับผู้สนับสนุนว่า การเดินทางของพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้สิ้นสุดลง เขายังเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลเรื่องการยุบพรรค และอย่าไปกังวลกับเรื่องต่างๆ เหล่านี้ เพราะมีงานที่จะต้องทำอีกมากมาย สนใจกับงานที่เป็นผลประโยชน์กับประชาชน และให้ประชาชนตัดสินเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราเป็นธรรมหรือไม่

"ส่วนตัวจากนี้ก็จะยังคงทำงานต่อไปในฐานะหัวหน้าพรรค เพราะมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย ทั้งเรื่องการรณรงค์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร รวมถึงการสร้างพรรค และบริหารพรรคให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อเป็นหลักยืนให้ประชาชนในอนาคต"

อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และมีโอกาสที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ได้อีก หากแก้ไขปัญหาเรื่องคุณสมบัติแล้ว ขณะที่พรรคอนาคตใหมไม่ถูกยุบพรรค

กระนั้น สิ่งจะที่ตามมาหลังจากนี้ต่างหาก ที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็นผลพวงของคำวินิจฉัยที่ล่าสุด พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เปิดเผยว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน จะดำเนินการสอบสวนกรณีคำร้องที่มีผู้กล่าวหาว่านายธนาธร ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)?ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 151 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) กรณีผู้ใดรู้อยู่ว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อไป โดยตามหลักการทั่วไปแล้ว คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คงจะต้องนำผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ไปพิจารณาประกอบในสำนวนด้วย เพราะมีการวินิจฉัยว่านายธนาธรขาดคุณสมบัติ

ทั้งนี้ มาตรา 151 ระบุด้วยว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งรู้ตัวว่า ไม่มีสิทธิแล้วยังสมัครรับเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ กกต. ตั้งแท่นพิจารณา กรณีมีผู้กล่าวหาว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินของตนเอง ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยได้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปี โดยอยู่่ในขั้นตอน ที่ให้พรรคอนาคตใหม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม

เส้นทางของนายธนาธรและพรรคอนาคใหม่ จึงยังไม่พ้นพงหนาม และดูเหมือนว่าเพิ่งจะเริ่มต้น