ตร.ภ. 4 ส่งชุดสอบสวนลงพื้นที่ เร่งคลี่คลายคดีสาวพิการหลอกชาวบ้านนับสิบร่วมลงทุนลอตเตอรี่ พร้อม เตรียมแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ขณะที่ตลอดทั้งวันมีผู้เสียหายโผล่แจ้งความเพิ่มอีกกว่า 10 ราย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 พ.ย.2562 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านห้วยโจด ม.11 และชาวบ้านหนองโก ม.2 อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น รวมตัวกัน 32 คน นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ให้สืบสวนสอบสวนและจับกุม นางสุพักตร์ ประทุมมา อยู่บ้านเลขที่ 62/141 ม.4 บ้านเติมรัก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังทำการหลอกลวงให้ชาวบ้านร่วมลงทุนโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล และจะปันผลให้ 10 เปอร์เซ็นต์ หลังวันออกสลากฯเดือนละ 2 ครั้ง แต่ไม่เป็นตามที่ตกลงกันไว้ และโกงเงินชาวบ้านไปมูลค่าความเสียหายรวมหลายพื้นที่กว่า100ล้านบาท

พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบช.ภ. 4 กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นนั้น บช.ภ.4 ได้รับทราบจากการรายงานคดีสำคัญประจำวันจาก ภ.จว.ขอนแก่นแล้ว โดยสรุปว่าคดีนี้มีชาวบ้านเข้าแจ้งความแล้ว 32 ราย ที่ สภ.สีชมพู ซึ่งแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาบุคคลคนเดียวกันคือ นางสุพักตร์ ประทุมมา และทราบว่าขณะนี้มีชาวบ้านเข้าแจ้งความเพิ่มในเรื่องเดียวกันอีกกว่า 10 ราย ซึ่งทุกรายก็ให้การคล้ายกันคือถูกนางสุพักตร์ หรือนางแดงหลอกให้ร่วมทุนค้าสลากฯ ความเสียหายต่างวันเวลาและจำนวนไม่เท่ากัน

" ขณะนี้ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เด่นพงษ์ วรรณพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ซึ่งดูแลงานสอบสวน พร้อมผู้กำกับการสอบสวนประจำกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่ สภ.สีชมพู เพื่อดูเรื่องรายละเอียดต่างๆในทางการสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบ รัดกุมมากยิ่งขึ้น และหากการสอบสวนผู้เสียหายครบถ้วน หลักฐานพร้อมก็จะออกหมายเรียก เรียกตัวนางสุพักตร์ ผู้ที่ถูกกล่าวหามาสอบสวน หากมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาก็จะถูกแจ้งข้อหา ฉ้อโกงประชาชน แต่ถ้าหากออกหมายเรียกแล้วไม่มาพบพนักงานสอบสวนจะขอศาลออกหมายจับ จับกุมตัวมาดำเนินการตามกฎหมายทันที"

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า คดีที่ชาวบ้านเข้าแจ้งความในครั้งนี้ เท่าที่ทราบยังไม่ขยายวงกว้าง ผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ใน อ.สีชมพู ความเสียหายร่วม 22 ล้านบาท มีบางส่วนที่เป็นเครือญาติอยู่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งทราบว่าบางส่วนเข้าร้องทุกข์ที่กองปราบปรามไปแล้ว ซึ่งในคดีนี้ยังไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เพราะในขณะนี้มีผู้ถูกกล่าวหาเพียงรายเดียว แต่ก็มีลักษณะคล้ายกันเพราะมีการเสนอให้ แต่ไม่ให้ตามที่ตกลง จึงเกิดความเสียหายขึ้นซึ่ง เมื่อขั้นตอนการสอบสวนเสร็จสิ้น ผู้บังคับบัญชาก็จะพิจารณาดูว่า เป็นการฟอกเงินหรือไม่ มีใครร่วมในขบวนการโกงหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายการฟอกเงินก็จะส่งสำนวนให้ ปปง.ดำเนินการในส่วนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามลำดับขั้นตอนต่อไป

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน