"ธนาธร" ตั้งข้อสังเกตุคำวินิจฉัย ศาล รธน. ตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จจริง ย้ำการเดินทางยังไม่สิ้นสุด - ยังคงเป็นหัวหน้าพรรค "อนาคตใหม่" ลุยทำงานต่อ วันที่ 20 พ.ย.62 ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. กรณีถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด นายธนาธร ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นกับคำพิพากษา ต่อกรณีการให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญว่า การที่ศาลอ้าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ว่ายังมีใบอนุญาต ยังไม่ยกเลิกกิจการ ดังนั้น บริษัท วีลัค มีเดีย จะเริ่มป็นสื่ออีกเมื่อไหร่ก็ได้นั้น เรื่องนี้ศาลก็ได้ยอมรับไปแล้วว่าบริษัทไม่มีรายได้ ไม่มีบุคคลากร ปิดตัวลงแล้ว ในความคิดตน ถ้าจะเป็นบริษัทสื่อผลิตสื่อจริง ค่อยตัดสินตอนนั้น ทำไมมาตัดสินตอนนี้ ต่อมาศาลพูดถึงเจตนารมย์รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ว่า เพื่อไม่ให้คุณกับตัวเองและให้โทษกับคนอื่น แต่ศาลไม่ได้บอกว่าตนและบริษัท วีลัค มีเดีย ได้ทำผิด มาตรา 98 (3) หรือไม่ นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญยังพูดถึงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 ซึ่งตามกฎหมาย เมื่อเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแล้ว ใน 1 ปี จะแจ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ช้าหรือเร็วไม่ได้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัท วีลัค มีเดีย วันนั้นไม่มีงานแล้ว เป็นงานที่ฝากคนอื่นทำ และนอกจากนี้ ก็ยังมีอยู่เช่นกันตอนประกอบกิจการ ที่การแจ้งเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เกิน 2 เดือน 16 วัน ดังนั้น ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก และที่สำคัญที่สุดคือ หลังการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทถึงจะยื่น บอจ. 5 นี่เป็นเรื่องปกติ "ส่วนกรณีการขึ้นเช็คช้ากว่าปกตินั้น คุณรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ชี้แจงแล้วว่า คุณรวิพรรณจะเป็นคนขึ้นเช็คให้กับผม ซึ่งชี้แจงแล้วว่า วันนั้นลูกยังอ่อนอยู่ ศาลบอกว่าสามารถให้คนอื่นไปได้ ผมเรียนกับทุกท่านว่า นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว ผมจะให้ใครไปเป็นเรื่องของผม และทุกครั้งผมให้ภรรยาไป ซึ่งในชั้นให้การกับ กกต. เราได้เอาเช็คตัวจริงไปให้ กกต.ดู ถือเช็คนี้ไปแสดงด้วย แต่เราส่งแค่สำเนาในเอกสารแนบคดี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมไปขึ้นเช็คช้า ที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ามีแต่สำเนา ยืนยันว่า ตัวจริงก็มี ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต.ก็เห็น และก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต. คนไหนแย้งในเรื่องนี้" นายธนาธร กล่าว นายธนาธร กล่าวอีกว่า เรื่องการตัดสินใจการลงทุน ตนอยากเรียนว่า ผู้พิพากษาไม่เคยมีใครเป็นนักธุรกิจหรือนักลงทุน จะใช้มาตรฐานศาลว่าโครงการไหนน่าลงทุน โครงการไหนไม่น่าลงทุนคงไม่นั้นถูกต้อง และความเป็นจริง บุคคลมีรสนิยมการลงทุนต่างกัน มีความรัก ความชอบความเสี่ยงต่างกัน แบกรับความเสี่ยง แบกรับการขาดทุน แบกรับผันผวนตลาดได้ต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญ 100 คนตัดสินใจการลงทุนเรื่องเดียวกันก็ตัดสินใจไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น จะใช้มาตรฐานศาลมาตัดสินว่าที่คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ตัดสินใจลงทุนไม่ลงทุนเรื่องใด เป็นเรื่องผิดฝาผิดตัว และการที่คุณสมพรโอนหุ้นให้คุณทวี ข้อเท็จจริงนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับการสมบูรณ์ของการโอนหุ้น วันที่ 8 มกราคม ซึ่งการโอนหุ้นวันนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ด้วยตัวเองแล้ว "สำหรับผมแล้ว ข้อที่ศาลยกขึ้นมาในการอ่านคำวินิจฉัยนั้น 1.ทั้งหมดตั้งอยู่บนข้อสันนิษฐาน ไม่มีข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่จะหักล้างหลักฐาน พยานที่เรานำเสนอได้ 2.ศาลให้น้ำหนักกับข้อสันนิษฐานมากกว่าข้อเท็จริง ซึ่งยังมีข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสาร หลักฐานอีกหลายข้อ แต่ศาลกลับไม่ให้น้ำหนัก และ 3.ข้อสังเกตสุดท้าย การอ่านคำวินิจฉัยวันนี้ ไม่มีการบอกมติองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากการวินิจฉัยคดีอื่นของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา" นายธนาธร กล่าว นายธนาธร กล่วทิ้งท้ายว่า อยากเรียนว่า พรรคอนาคตใหม่คือการเดินทาง การเดินทางไม่ได้สิ้นสุดลง ตนยังเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พรรคอนาคตใหม่คือผู้คนที่สนับสนุน ที่มีความฝันเหือนกัน มีความตั้งใจเหมือนกัน และจะก้าวเดินต่อไปด้วยกัน