WHA Group ประกาศกำไรจากผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2562 มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 2,244 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 570 ล้านบาท เติบโต 57% โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโตสูงถึง 102% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนที่ดิน ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้า ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือน ทะลุ 2,000 ล้านบาท เผยภาพรวมโค้งสุดท้ายของปี 2562 ยิ่งโดดเด่น จากยอดโอนที่ดินสุงสุดในปี เตรียมรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินเข้ากองWHART รายได้จากธุรกิจสาธารณูโภคเติบโตต่อเนื่อง

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ผู้นำธุรกิจแบบครบวงจร ด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 2,244 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 570 ล้านบาท เติบโต 57% โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโตสูงถึง 102%

โดยในช่วง 9 เดือน บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้ากว่า 9,100 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิทะลุ 2,000 ล้านบาท เติบโตกว่า 40% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนที่ดิน ตามการขายที่ดินที่เพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค การกระตุ้นของสงครามการค้าโลก และต้นทุนการผลิตในประเทศของจีนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนมายังประเทศไทย อีกทั้งการสนับสนุนของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ผลักดันต่อภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้บริษัทมีรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและให้บริการน้ำตามความต้องการใช้น้ำของลูกค้านิคมอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าใหม่ๆที่ดำเนินการอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม สำหรับผลประกอบการจากโรงไฟฟ้าของบริษัททุกโครงการยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกันจากผลประกอบการที่โดดเด่น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ลงมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.0815 บาทต่อหุ้น เพื่อตอบแทนนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นเสมอมา โดยกำหนดวัน XD วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 และวันจ่ายปันผล ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2562 ตามลำดับ

ทั้งนี้ในส่วนของภาพรวมธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ยิ่งมีความโดดเด่นน่าสนใจ เนื่องจากเป็นไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดของปี โดยในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทฯ จะมีการรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) มูลค่าทรัพย์สิน 4,880 ล้านบาท ประกอบเป็นไตรมาสที่บริษัทฯ มียอดโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมสูงสุด รวมทั้ง รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องตามความต้องการใช้น้ำของลูกค้านิคมอุตสาหกรรมเดิม และลูกค้าใหม่ เสริมทัพกับโครงการจัดจำหน่ายน้ำประปาในเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม (Duong River Project) ที่บริษัทได้เข้าลงทุนตั้งแต่ต้นไตรมาส 4

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยีแห่งใหม่ (CCE) กำลังการผลิตติดตั้ง 8.63 เมกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ โดยหลังโรงไฟฟ้า GNLL 2 ซึ่งเป็น โรงไฟฟ้า SPP แห่งที่ 8 ของบริษัทฯ ได้เริ่ม COD แล้วในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา