11 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชุมพร ว่า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พนัส หมุนวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่หมู่ที่ 7 ต.นาสัก อ.สวี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ สุวรรณฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร , พ.ต.อ.อุดร แก้วสุขศรี ผกก.สภ.นาสัก นำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ เบื้องต้นผู้ถูกยิงมีผู้นำส่ง รพ. ทุ่งตะโก แล้ว ทราบชื่อต่อมา คือ นายสุระ ซ่อนกลิ่น อายุ 41 ปี อาชีพทำสวนทุเรียน แต่ได้เสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์ จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าถูกยิงด้วยกระสุนปืนเข้าที่บริเวณลำตัว 5 นัด ที่บาดแผลมีรอยเขม่าดินปืนแสดงถึงการจ่อยิงแบบเผาขน

ต่อมา พ.ต.อ.อุดร สั่งการให้ตำรวจตรึงกำลังในพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากทราบว่ามือปืนผู้ลงมือยิงยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งหลังจากทำการตรวจสอบพบว่ามือปืน คือ นายถาวร พรหมวิเศษ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักบนบ้าน ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมจนยอมให้ควบคุมตัว แล้วนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.นาสัก

สอบสวนทราบว่า ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตเป็นน้องเมียของนายถาวร ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำนายถาวรและนายสุระนั่งดื่มสุรากันที่ร้านค้าข้างบ้าน ในระหว่างนั้นนายสุระได้ถามนายถาวร พี่เขย ว่าจะนำนางสุภา พรหมวิเศษ ซึ่งเป็นพี่สาวของนายสุระไปพบแพทย์หรือไม่ ถ้าไม่มีเงินให้เอาเงินของนายสุระไปก็ได้ ทำให้นายถาวรซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาไม่พอใจ พูดด้วยเสียงดังว่า “พูดอย่างนี้ดูถูกกันนี่หว่า” แล้วเดินขึ้นไปบนห้องพักนำปืนลงมายิงใส่นายสุระซึ่งเดินติดตามมาที่บริเวณหน้าบ้าน กระสุนโดนเข้าที่บริเวณลำตัวนายสุระ 1 นัด

แล้วนายสุระวิ่งหนีไปล้มลงที่สนามหญ้าหน้าบ้าน นายถาวรตามมายิงซ้ำอีก 4 นัด แล้วหลบหนีขึ้นไปซ่อนตัวบนห้องพัก ต่อมาญาติพี่น้องได้นำร่างของนายสุระส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่ขาดใจเสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์ เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อหานายถาวร ว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป