อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ปลุกแนวรบ "นอกสภาฯ" ให้ระอุนาทีนี้ คงไม่พ้น การขยับหมากของ "พรรคอนาคตใหม่" โดยเฉพาะเมื่อหัวเรือใหญ่ อย่าง "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ออกมาเปิดแคมเปญกิจกรรม "อยู่ไม่เป็น" นัดหมายแฟนคลับให้มารวมตัวกันในวันที่ 16 พ.ย.2562 นี้

กำลังถูกจับตา ว่าการเคลื่อนไหวนอกสภาฯ รอบนี้ จะเป็น "อีเวนต์เพื่อเตรียมรองรับ "คำพิพากษา" จาก"ศาลรัฐธรรมนูญ" ที่นัดชี้ชะตาธนาธร ในวันที่ 20 พ.ย.ในคดีถือหุ้นในธุรกิจสื่อ ด้วยหรือไม่ ?

เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง อาจกลายเป็นภาพสะท้อนได้ว่า สถานการณ์ของพรรคอนาคตใหม่นั้น "น่าเป็นห่วง" มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลานี้ "ข่าวลือ" ที่ว่าด้วย"การยุบพรรค" ลุกลามบานปลายไม่ต่างจากไฟลามทุ่ง

แน่นอนว่า ในฐานะ "หัวเรือใหญ่" หากตัวธนาธร ไม่ออกแอ็กชั่นอย่างใดอย่างหนึ่ง จะยิ่งทำให้เกิดความหวั่นไหว กดดันให้ "ลูกพรรค" หวาดวิตก พากัน "หนีตาย" เตรียมหา"พรรคใหม่" ไปสังกัด กันจนวุ่นวายล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมายืนยันแล้ว ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาเองจะยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ จะไม่หยุดเดินหน้า

"ดังนั้น เราเชื่อมั่นว่าคนที่พูดเรื่องยุบพรรค สื่อมวลชน หรือคนไม่หวังดีพูดเรื่องยุบพรรค มีเป้าประสงค์ทางการเมืองเพื่อทำให้คนไม่กล้ามาร่วมงานกับพรรคอนาคตใหม่ เพื่อที่จะทำให้ ส.ส.ของเราหวั่นไหวลังเลจะได้มีการซื้อกันได้ง่ายมากขึ้น" (10 พ.ย.2562)

อย่างไรก็ดี ในท่ามกลางความหวั่นไหว และข่าวลือว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ ตามมาหลังจากที่มีคำพิพากษาออกมาในทางที่เป็นลบนั้นแต่ยังมีสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จำนวนไม่น้อยที่ยังเชื่อมั่นว่า ที่สุดแล้วทั้งธนาธรและพรรค จะสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างฉลุย

การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ที่นัดหมายเอาวันที่16 พ.ย.นี้เพื่อเชิญชวน มิตรรัก กองเชียร์ให้มารวมตัวเพื่อ "แสดงพลัง" นั้น กำลังถูกจับตามองจาก "ฝ่ายความมั่นคง"ว่าการเคลื่อนไหวที่ว่านี้จะสามารถ"พัฒนา" ไปสู่ "ม็อบ" บนท้องถนนได้หรือไม่

แต่ทั้งนี้ หลายคนมั่นใจว่า โอกาสที่พรรคอนาคตใหม่จะจุดพลุสร้างม็อบดึงคนลงสู่ท้องถนนได้เหมือนกับม็อบเสื้อเหลือง, ม็อบเสื้อแดง หรือแม้แต่กปปส. เพราะอย่าลืมว่า พรรคอนาคตใหม่ ยังไม่มี "มือทำงาน" ที่พรรษาทางการเมือง ไปจนถึงการจัดทัพเคลื่อนไหวในระดับ "ภาคสนาม" เมื่อเทียบกับ บรรดาม็อบเสื้อสีต่างๆ ที่ผ่านมา

อีกทั้ง ยังต้องไม่ลืมว่า ภายในพรรคอนาคตใหม่เองกำลังเจอกับ"ปัญหาร้าวลึก" เกิดความขัดแย้งกันเอง ระหว่าง "แกนนำ" กับอดีตผู้สมัคร อย่างต่อเนื่อง จนมีคนทยอยยื่นใบลาออก กันเป็นระยะๆ โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับ "ปัจจัยภายนอก" แต่กลับมาจากปัญหา "การนำ" ของ "คีย์แมน" ในพรรค เป็นสำคัญ !

หนทางสู้ของธนาธร ที่แม้จะถูกจับตาในฐานะ "นักการเมืองหน้าใหม่"ที่โดดเด่น เหนือทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านแม้แต่พรรคเพื่อไทยเองยังกลายเป็น"ผู้ตาม" กำลังประสบกับภาวะที่ยากจะไปต่อ

ทั้งการหาทางเข้าไปสู้ในสภาฯภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวก่อนหน้านี้ และยิ่งนานวัน ที่อยู่ที่ยืนของธนาธร เองยิ่งถูก "จำกัดวง" มากขึ้นทุกขณะ จะเหลืออยู่ก็เพียงทางสู้นอกสภาฯ ซึ่งกำลังเร่งเปิดแนวรบใหม่อย่างที่เห็น!