นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายคารม พลพร
กลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ วิพากษ์วิจารณ์การลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ทำการเปลี่ยนจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ เพราะไม่อยากเจอกลุ่มสมัชชาคนจนที่มาทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาเขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนาและสิรินธร จึงเลี่ยงที่จะพบกับประชาชน ว่า นายคารม ยังเป็นฝ่ายค้านแบบเดิมๆ ที่ดีแต่กล่าวหาโจมตี โดยไม่ศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร กรณีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีไม่ได้หนี หรือไม่ต้องการที่จะพบประชาชน แต่มีการไปปล่อยข่าวว่าจะมีกลุ่มคนมาขัดขวางการลงพื้นที่ จึงต้องเปลี่ยนจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นไปตามปกติของการรักษาความปลอดภัย ส่วนปัญหาข้อร้องเรียนของกลุ่มสมัชชาคนจน ก็มีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ไปเจรจา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุกระทบกระทั่งและข้อเรียกร้องของกลุ่มสมัชชาก็มีกำหนดเวลาที่จะพูดคุยอยู่แล้ว แต่นายคารมอาจจะไม่ทราบ

นายสุภรณ์ กล่าวว่า ยืนยันว่านายกฯมีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยสั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวง ลงไปรับฟังปัญหาอย่าทิ้งประชาชน ช่วงเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา ก็ทำงานโดยไม่มีประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝงจะเห็นได้จากการลงพื้นที่ต่างๆ เพราะต้องการไปเยี่ยมประชาชน และรับฟังปัญหานำไปสู่การแก้ไข ทั้งเรื่องของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย การคืนโฉนดที่ดินให้ประชาชน การอนุมัติวงเงิน 2.4 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นต้น

“ผมยืนยันว่าร่วมงานกับ 3 นายกฯ ตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ กล้าพูดเต็มปากว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทอดทิ้งประชาชน ลงพื้นที่แต่ละครั้งก็ไปแก้ปัญหาตลอด จึงอยากให้นายคารม มองข้อเท็จจริง และเอาเวลาที่วิจารณ์อย่างเลื่อนลอยไปดูแลพื้นที่ของพรรคอนาคตใหม่และหัวหน้าพรรคให้อยู่ในกรอบ และทำการเมืองอย่างนักการเมืองที่มีคุณภาพจะดีกว่า” นายสุภรณ์ กล่าว