ครอบครัว ติณสูลานนท์ ได้ส่งมอบบ้าน สี่เสาเทเวศร์ คืนให้กรมสวัสดิการทหารบก และส่งคืนต่อยังสำนักงานทรัพย์สินฯ แล้ว เมื่อ 31 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา

หลังจากที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และ รัฐบุรุษถึงแก่อสัญกรรม เมื่อ 26 พ.ค. 2562 และโปรดเกล้าฯให้ตั้งศพ ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตร ที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 100 วัน และ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มีเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่ 3 ก.ย. - 18 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา

พล.อ.เปรม ได้พำนักที่บ้านสี่เสาฯนี้ มาเป็นเวลา 40 ปีตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. จนวันสุดท้ายของชีวิต

เป็นบ้านแห่งประวัติศาสตร์ มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง เกิดขึ้นมากมายที่นี่

ด้วยบทบาททางการเมือง การทหาร อำนาจ และ บารมีของ พล.อ.เปรม ที่ไม่มาเกิดอะไรขึ้น ก็ล้วนต้องมุดเข้าบ้านหลังนี้ เพื่อหาทางออก

บ้านสี่เสาฯที่ใครๆ ก็อยากเข้ามา เพราะมันหมายถึงการได้ใกล้ชิด ป๋าเปรม ผู้เปี่ยมบารมี และมีแต่คนอยากจะได้เป็น ลูกป๋า

บ้านสี่เสาฯ กลายเป็น ศูนย์กลางอำนาจ ของกองทัพ และการเมือง ด้วยบทบาท ของ พล.อ.เปรม

ประตูเหล็ก บ้านสี่เสาฯ จะถูกเปิดออกเสมอๆ เพื่อให้ ทหาร นักการเมือง ผู้นำประเทศ เข้ามาพบ ป๋า เพื่อปรึกษาหารือ และขอคำแนะนำที่ก็ยิ่งทำให้ บารมีของ ป๋าเปรม เบ่งบาน

ทุกครั้งที่ ประตูบ้านสี่เสาฯ เปิดออก ในยามบ้านเมืองวิกฤติ ก็มักจะได้ทางออก เสมอ

สมัยก่อน จะมีประเพณี กินข้าวต้มเช้า บ้านป๋า ที่จะมีการระบุวันว่า กลุ่มวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสฯ เป็นกลุ่มไหน กลุ่มเพื่อนเก่า คณะเรา และโดยเฉพาะ วันศุกร์ วันทหาร วันผบ.เหล่าทัพ มีคุยอะไรกันบ้าง วันไหนคนที่เคยมา แล้ว ไม่มา หรือหายหน้าไป จะสะท้อนอุณหภูมิการเมือง และกองทัพ

ประวัติศาสตร์หลายหน้าที่เกี่ยวกับบ้านสี่เสาฯ ไม่ชัดเจน เพราะเป็นการบันทึกโดยผู้ชนะ แต่ก็มีประวัติศาสตร์ของผู้แพ้ ให้ชนรุ่นหลังได้หาคำตอบที่แท้จริง

โดยเฉพาะ เหตุการณ์ เมษาฮาวาย ที่จบลงด้วย ความพ่ายแพ้ของกลุ่มกบฏยังเติร์ก จปร.7 พร้อมเรื่องเล่าขาน

ตัวละครที่เกี่ยวข้องในหน้าประวัติศาสตร์ ล้มหายตายจากไปทีละคนสองคน ตามวันและกาลเวลา

ประวัติศาสตร์ ในมุมมอง พล.อ.เปรม ได้ถูกบันทึกไว้มากมาย จากคำบอกเล่า ของ พล.อ.เปรมเอง และนายทหารใกล้ชิด ที่เรียกกันว่า ลูกป๋า

ขณะที่มีประวัติศาสตร์อีกบทหนึ่งของ ยังเติร์ก ควบคู่ขนานกันไป

รวมถึง เหตุการณ์ พฤษภา 2535 มีการประท้วงขับไล่ “บิ๊กสุ” พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และทหารออกมาปราบจลาจล มีการสูญเสีย

พล.อ.สุจินดา และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็เข้ามาหาป๋า และตกลงกันว่า จะขอให้ป๋านำ เข้าเฝ้าฯ เพื่อยุติปัญหา แล้ว พล.อ.สุจินดา ลาออก

แม้แต่ การจะปรับ ครม. จะแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ไม่ว่าจะนายกฯหรือ ผบ.ทบ. ผบ.เหล่าทัพ ก็จะมาหาป๋าก่อน เรียกได้ว่า ต้องเห็นสัญญาณจากบ้านป๋าก่อน

โดยเฉพาะโผทหาร อันเป็นจังหวะ ที่ป๋าเปิดบ้าน ปีใหม่ และ สงกรานต์ และ วันเกิด 26 ส.ค. ก็ใกล้โยกย้ายทหาร พอดี

ใครได้ตำแหน่ง ไม่ได้ตำแหน่ง จะดูได้จาก พรที่ป๋าอวยพร หรือทักทาย แม้แต่ ท่าที ของป๋า ในการพูดคุย นักข่าว เราเอาไปฟันธง ได้เลยว่า แคนดิเดท ผบ.เหล่าทัพ คนไหนจะเข้าวิน

แต่บทบาทของ พล.อ.เปรม ในระยะหลัง ในยุค คสช ลดน้อยลง แต่แปรเปลี่ยนไปเป็นกองหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จวบจนสุดท้าย ก่อนป๋าจากไป ก็การันตี บิ๊กตู่ เป็นคนดี รัฐบาลนี้ไม่โกง

จากนี้ ทุกสายตา จะไปจับจ้อง ที่ “บิ๊กแอ้ด” พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ลูกรักป๋าที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้รักษาการประธานองคมนตรี

ถือว่า พล.อ.สุรยุทธ์ แม้จะไม่ได้เป็น พี่ใหญ่เพราะมี “บิ๊กหมง” พล.อ. มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.สส. แต่ทว่า บทบาทสำคัญของขั้วบ้านสี่เสาฯ จะอยู่ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ นับจากนี้

ไม่ใช่แค่ลักษณะท่าทาง พล.อ.สุรยุทธ์ ที่คล้ายป๋าเปรม เท่านั้น แต่ทั้งแนวคิด คติพจน์ต่างๆ ก็ถอดแบบป๋าเปรม มา แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ อดีตนายทหารรบพิเศษ จะน่าจับตามองยิ่งกว่า บรรดานายทหาร บ้านสี่เสาฯ และลูกหลานป๋า จะเรียกติดปากว่าพี่แอ้ด

พล.อ.สุรยุทธ์ สานเจตนารมณ์ป๋า ในการทำโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ของมูลนิธิรัฐบุรุษฯ ที่ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นประธานฯ ต่อ และทำอย่างทุ่มเท ในการเปิดปิด การอบรมทุกรุ่นด้วยตนเอง ร่วมกิจกรรมกับเด็กๆ 5 จ.ชายแดนใต้ จนเด็กๆ เรียกว่า ลุงแอ้ด และ นับถือเสมือนเป็น พล.อ.เปรม ที่ลาจากไป

จึงไม่แปลกที่ จะได้เห็นภาพเด็กๆเยาวชนใต้ ขอกอด พล.อ.สุรยุทธ์ อย่างแนบแน่น เมื่อต้องลาจาก ตอนจบโครงการสานใจไทยฯ

แม้ว่า ขั้วอำนาจ “3 ป.” หรือ คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ และ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รอง จะเรืองอำนาจที่สุด แต่ก็หาได้ขัดแย้งกับ ขั้วอำนาจบ้านสี่เสาฯไม่ตรงกันข้าม ที่ต้องจับมือกันให้แน่น เพราะอย่างน้อย ก็มีจุดยืนร่วม และ ศัตรูร่วมกัน

เพราะระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.สุรยุทธ์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และให้ความเคารพ พี่แอ้ด มาตลอดอยู่แล้ว
แม้จากเรื่องเล่าต่างๆจาก นายทหารใน บ้านสี่เสาฯ จะบอกกล่าว ถึงสิ่งที่สะท้อนว่า ป๋า ยังเป็นห่วง ป๋ายังไม่ไปไหน เพราะแม้ ป๋า จะสิ้นไปกว่า 200 วันแล้ว ตั้งแต่ 26 พ.ค. จนวันนี้ ทหารในบ้าน ยังได้กลิ่น น้ำหอม และกลิ่นสบู่ ที่ป๋าใช้ อยู่ตลอด ป๋าใช้สบู่ก้อน
อาจเป็นเพราะ ป๋าท่านผูกพันกับ บ้านสี่เสาฯมาก ท่านอยู่มา 40 ปี ตั้งแต่ เป็น ผบ.ทบ. จนวันสุดท้ายของ ชีวิต 26 มิ.ย. เวลา 05.20 น.

จึงไม่แปลก ที่นอกจาก ได้กลิ่นน้ำหอม กลิ่นสบู่ แล้ว จะเห็น ไฟห้องนอนป๋า เปิด

ปกติ ป๋า เป็นคนประหยัดไฟมาก อย่าลืมปิดไฟ ถ้าใครเปิดไฟ เปิดแอร์ ป๋าจะถามเลยว่า เปิดทำไม มีแขกหรือ เพราะจะเปิดได้เฉพาะรับแขกเท่านั้น

โดยเฉพาะ ตอนที่ ขนของออกจากบ้านป๋า โดยมีลิฟท์ ที่ทำไว้ ในช่วงหลัง เพราะป๋า ท่านนั่งรถเข็น ขึ้นชั้น 2 เลย แต่วันที่ขนของออก ลิฟท์ มีปัญหา ลิฟท์วิ่งขึ้น วิ่งลงเอง หลายครั้งหลายรอบ จนเรารู้ และเข้าใจตรงกัน เราคิดกันเอง ว่า ป๋า คงไม่อยากให้ขนไปไหน ท่านผูกพันกับบ้านสี่เสาฯ

ปกติทหารในบ้านที่ดูแล ป๋าเปรม ใกล้ชิดจะเรียก พล.อ.เปรม ว่า “ปู่” อย่างติดปาก “ปู่ยังไม่ไปไหน”

รอวันพระราชทานเพลิงศพ ที่เบื้องต้น มีการเตรียม รอรับหมายกำหนดการ 8 ธ.ค. นี้ ที่วัดเทพศิรินทร์ จากนั้น จะทำพิธี “พาป๋า พาปู่ กลับบ้าน” ในการ เชิญอัฐิป๋าเปรม บางส่วน ไปไว้ ที่ สงขลา บ้านเกิด

แต่จากนั้น เรื่องราว เกี่ยวกับบ้านสี่เสาฯ และ เรื่องราวของ ป๋าเปรม ยังคงถูกจับตามองว่า จากนี้จะมีอะไร เกิดขึ้นหรือไม่