“UAC”เผยผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 62รายได้รวม 2,385.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.73% มีกำไรสุทธิ 106.73 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของธุรกิจเทรดดิ้ง และไบโอดีเซล ด้านผู้บริหาร “ชัชพล”เตรียมแผนรับนโยบายกระทรวงพลังงาน หนุนโรงไฟฟ้าชุมชน-ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซล B10 เต็มที่คาดเห็นการลงทุนได้ในปี 2563 พร้อมมั่นใจปีนี้ผลงานเข้าเป้าที่วางไว้แตะ 2,800 ล้านบาท

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำงวดไตรมาส 3/2562 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2562 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 362.50 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7.46 ล้านบาท

ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ จำนวน 2,385.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.73% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมที่ 2,154.48 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 106.73 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA งวด 9 เดือนแรกปี 2562 อยู่ที่ 258.07 ล้านบาท คิดเป็น 10.82% และสามารถปรับลดระดับอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E)ไตรมาส 3/2562 ที่ระดับ 1.30 เท่า

สำหรับ 9 เดือนของปีนี้ยอมรับว่า มีความท้าทายพอสมควร เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจเทรดดิ้งสูงขึ้น และภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีที่เป็นลูกค้าหลัก ประกอบกับมีการรับรู้ส่วนแบ่งผลกำไรของบริษัทร่วม บริษัทบางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) ลดลง เนื่องจากมีผู้ผลิตไบโอดีเซลรายใหม่และรายเดิมขยายกำลังการผลิต ทำให้มีการแข่งขันในด้านราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B 100 สูงขึ้น ประกอบกับราคากลีเซอรีนในตลาดโลกปรับตัวลดลง และสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

ส่วนภาพรวมธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 ว่า จากภาพรวมและแผนนโยบายการขับเคลื่อนต่างๆของกระทรวงพลังงาน อาทิ การสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน การส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซล B10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10%ในทุกลิตร) ซึ่งจะเห็นภาพชัดได้ในปี 2563 เชื่อว่าส่งผลเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทมากขึ้น

โดยปัจจุบัน UAC มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย และหนึ่งในธุรกิจของ UAC คือ โรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งมีอยู่ 3 โรงได้แก่โรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ จากพืชพลังงาน (แม่แตง) จังหวัดเชียงใหม่ กำลังผลิต 1.5 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการผลิต ตั้งแต่ 14 ธ.ค.58 ส่วนอีก 2 โรงในจังหวัดขอนแก่น มีกำลังผลิตรวม 3 เมกะวัตต์ ยังคงติดปัญหาสายส่ง และยังไม่เปิดดำเนินการผลิต เชื่อว่าหากรัฐบาลผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนอย่างจริงจัง โรงไฟฟ้า 2 แห่งดังกล่าวสามารถเปิดดำเนินการได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินธุรกิจไบโอดีเซล ในส่วนของบริษัทร่วมทุนถือหุ้นร้อยละ 30 ในบริษัทบางจาก ไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) ซึ่งดำเนินธุรกิจผู้ผลิตไบโอดีเซล ที่มีกำลังผลิต 810,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งในส่วนนี้ได้ประโยชน์จากการส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซล B10 เพิ่มขึ้นในปีหน้าเช่นกัน ส่วนปีนี้มั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ในปีนี้ 2,800 ล้านบาท และ EBITDA ไม่ต่ำกว่า 350 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน