ดร.วิชัย พยัคฆโส
payackso@gmail.com

คุณภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการองค์กรของรัฐ เป็นปัจจัยสำคัญในการขึ้นลงของอันดับโลกที่เขาประเมินทุกปี ปีนี้รู้สึกว่าไทยเราไม่กระเตื้องขึ้นแต่กลับลดลง ซึ่งอันดับที่ลดลงเกิดจากหลายๆปัจจัยที่ไทยเรายังค่อยๆเริ่มปรับตัวเองให้สามารถมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การดำเนินงานของ ปปช. มีทั้งในส่วนการป้องกันและการปราบปราม ซึ่งการปราบปรามนั้นได้ทุ่มเทพละกำลังอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะกับหน่วยงานราชการและข้าราชการที่มีพฤติกรรมโกงกินกับภาษีอากรของประชาชน ในส่วนของการป้องกันได้ดำเนินกิจกรรมควบคู่กันไปหลายๆมาตรการ และมาตรการหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการลดปัญหาทุจริตคอรัปชั่น คือการประเมินคุณภาพและความโปร่งใสของหน่วยงานราชการทั่วประเทศ 9229 หน่วยงานเป็นประจำทุกปี โดยประกาศให้หน่วยงานนั้นและประชาชนรับทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขทุกปี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยราชการเป็นอย่างดี

สำหรับปีนี้ 2562 ปปช.ได้ประกาศผลการประเมินทุกหน่วยงาน ปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนระดับ A และ AAA เกิน 85% ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 970 หน่วยงาน นอกนั้นอยู่ในระดับ B และ C รวมถึง F คือ ตกเกณฑ์การประเมินก็มี ทำให้หน่วยงานราชการตื่นตัวปรับปรุงหน่วยงานตาม KPI ของ ปปช. เพิ่มมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องดีที่มีระบบประเมินเชิงป้องกันในลักษณะนี้ ทำให้ทุกหน่วยงานระมัดระวังในการปฏิบัติงานที่อาจจะมีบางองค์ประกอบหรือ KPI บางตัวละเลย ไม่เน้นความสำคัญในการปฏิบัติงาน

สำหรับปีนี้มีหน่วยงานระดับจังหวัด เช่น จ.พิษณุโลก ประเมินได้คะแนน 47 คะแนนเศษ ถือว่าต่ำสุดในบรรดาองค์กรทั้งหมด ที่ได้คะแนนไม่ถึง 50 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ตกที่ต้องปรับปรุง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ยอมรับผลการประเมินเพราะตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการป้องกันทุจริตคอรัปชั่นได้คะแนนศูนย์คะแนน ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลผิดพลาดแล้วไม่มีการทักท้วงมาก่อน ส่วนคะแนนอื่นๆล้วนแล้วแต่เกินเกณฑ์ 50 คะแนนทั้งสิ้น

ความจริงเกณฑ์ข้อนี้คงไม่มีใครได้ศูนย์คะแนน อาจเป็นเพราะข้อมูลสูญหายและปปช.ไม่ได้ท้วงติง เพราะประเมินผลด้วยคอมพิวเตอร์ หากไม่มีข้อมูลปรากฏจะไม่ได้คะแนน ปปช.คงต้องตราวจสอบแก้ไขให้ จ.พิษณุโลก หากไม่มีคะแนนในข้อนี้เลยคงเกิดการทุจริตกันในจังหวัดมากมาย

ส่วนจังหวัดใดหรือหน่วยงานใดได้คะแนนระดับ B และ C คงต้องปรับปรุงการบริหารงานหรือรายงานผลให้ครบถ้วนในปีต่อไปเพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตของหน่วยงานราชการให้มีโอกาสผ่านเกณฑ์หรือได้คะแนนระดับ A เกิน 85% เพื่อยกระดับการป้องกันระดับชาติให้สามารถยกระดับการประเมินขององค์กรความโปร่งใสระดับโลกที่จะประเมินจัดอันดับของไทยได้ในปีต่อๆไป

คงต้องให้คะแนนของ ปปช. ที่ใช้วิธีการประเมินเชิงป้องกันแบบนี้ แม้ว่าเพิ่งจะเริ่มใช้ได้ไม่นาน แต่จะค่อยๆปรับคุณภาพและความโปร่งใสของหน่วยงานได้ เพียงแต่ระบบการประเมินจะต้องไม่ยุ่งยากและมีความเป็นไปได้ในการกรอกข้อมูลและการประเมินผลในปีต่อๆไป

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน