ถูกยกให้เป็น “ผู้นำฝีปากกล้า” ที่พร้อมระเบิดศึกวิวาทะกับใครต่อใครได้โดยแท้

สำหรับ “นายโดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (เอเอฟพี)

เพราะไม่ว่าจะ “ศึกนอก - ศึกใน” ผู้นำขวัญใจเหล่าขวาจัดของประชาชาวอเมริกันรายนี้ ก็พร้อมที่จะชวนเชิญท้าชน ท้าตี ได้ไม่เว้นวาง

ยกตัวอย่างกรณี “ศึกนอก” ในเหตุวิวาทะที่เขามีต่อจีนแผ่นดินใหญ่ หรือกับผู้นำของเกาหลีเหนือ และผู้นำอิหร่าน เป็นอาทิ จนโลกต้องหวั่นๆ ว่าจะบานปลายกลายเป็นสงครามเดือดกันเมื่อก่อนหน้า

ส่วน “ศึกใน” ยกตัวอย่างเช่น วิวาทะที่ประธานาธิบดีฝีปากกล้าแห่งพรรครีพับลิกันรายนี้ มีปะทะคารมกับทั้งกลุ่มผู้เห็นต่าง และทั้งเหล่าพลพรรคของเดโมแครต พรรคการเมืองฝั่งตรงข้าง ซึ่งได้มีเหตุการณ์ประฝีปากกันอยู่เนืองๆ

ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้มีวิวาทะกับ “นายแกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย” ในกรณีที่ต้องบอกว่า กำลังเป็น “วิกฤติ” ของประชาชาชาวรัฐแคลิฟอร์เนีย ณ เวลานี้

นายแกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย์ (คนที่ 2 จากขวามือ) นำคณะลงพื้นที่ประสบเหตุไฟป่าในย่านเบรนท์วูด (เอเอฟพี)

นั่นคือ เหตุไฟป่าที่กำลังลุกโชนเผาผลาญ ที่มิใช่แต่เฉพาะผืนป่าเท่านั้น แต่ยังได้ไหม้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน จนมีรายงานว่า ประชาชนนับแสน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนไปพำนักยังศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ที่ปลอดภัย ส่วนผู้ได้รับผลกระทบ คือ ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุไฟป่าในปีนี้ มีจำนวนอีกเรือนล้าน ภายหลังจากพระเพลิงได้เผาไหม้สิ่งที่ขวางหน้าต่างๆ ไปในพื้นที่รวมแล้ว 79,000 เอเคอร์ หรือราวๆ 199,870 ไร่ นับตั้งแต่ประกายไฟแรกได้ลุกเป็นเปลวขึ้นในย่าน “คินเคด” เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก่อนตั้งชื่อให้แก่ไฟป่าในครั้งนี้ว่า “ไฟป่าคินเคด”

ทั้งนี้ ในสถานการณ์ความรุนแรงของไฟป่าที่เกิดขึ้น ทางการรัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้การนำของนายนิวซอม ในฐานะผู้ว่าการฯ ก็ได้ประกาศ “ภาวะฉุกเฉิน” แก่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเปิดทางอำนวยความสะดวกในปฏิบัติการกู้ภัยให้ความช่วยเหลือเป็นประการต่างๆ ในพื้นที่ประสบเหตุ ประสานกับการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง คือ ทางการวอชิงตัน ดี.ซี.

ทว่า การ “สนธิกำลัง” ไม่ว่าจะเป็น “กำลังทรัพย์” และ “กำลังพล” ระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น คือ วอชิงตันดี.ซี. กับรัฐแคลิฟอร์เนีย ในการรับมือกับเหตุไฟป่าที่กำลังไหม้ลาม ว่าส่อเค้าส่งสัญญาณว่าจะเกิดอาการสะดุดเข้าให้เสียแล้ว

เมื่อปรากฏว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งเสียงตำหนิวิจารณ์ผ่านทวิตเตอร์ต่อนายนิวซอม ผู้ว่าฯ จากพรรเดโมแครตว่า “จัดการกับไฟป่าได้แย่มาก”

ตำหนิไม่ตำหนิเปล่า ทว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังได้ข่มขู่ด้วยว่า จะตัดงบประมาณในเม็ดเงินกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือกรณีไฟป่าของรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย

ขณะที่ ทางผู้ว่าฯ นิวซอม ก็ไม่ยอมให้ประธานาธิบดีทรัมป์ตำหนิวิจารณ์ต่อเขากันแบบ “กินเปล่า” แต่ได้โต้ตอบผ่านทางทวิตเตอร์เช่นกัน โดยได้ตำหนิวิจารณ์สวนกลับต่อประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ไม่มีความเชื่อในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ที่กำลังเป็นวิกฤติปัญหาโลก ณ เวลานี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และประธานาธิบดีทรัมป์ก็ควรจะต้องขอโทษขออภัย ไม่ใช่ว่าจะแก้ตัวจากสิ่งที่เขาเคยพูดไว้ด้วย

โดยการตอบโต้กันไปมาระหว่างผู้นำรัฐบาลกลางวอชิงตันกับผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นรัฐแคลิฟอร์เนียข้างต้น ก็ถือเป็นอีกฉากบรรยากาศหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากเมื่อช่วง 2 – 3 วันก่อน ที่ผู้ว่าฯ นิวซอม ได้กล่าวยกย่องชมเชย พร้อมทั้งขอบคุณต่อประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณกองทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อรัฐแคลิฟอร์เนียจากวิกฤติไฟป่า ผ่าน “สำนักจัดการภาวะฉุกเฉินกลาง” หรือ “ฟีมา (FEMA : Federal Emergency Management Agency)”

อย่างไรก็ดี เหตุวิวาทะระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับทางการท้องถิ่นในเรื่องวิกฤติไฟป่าในลักษณะนี้ ก็มิใช่เป็นครั้งแรก แต่ได้เคยเกิดขึ้นในเหตุไฟป่ารัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ดำเนินการผิดพลาดในการรับมือกับไฟป่า จนทำให้บรรดานักดับเพลิง ที่กำลังผจญเพลิงกับไฟป่าแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในครั้งกระนั้น ต้องรู้สึกไม่ดีกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนวิวาทะครั้งนี้ นอกจากได้รับการคาดหมายว่าอาจมีผลไม่มากก็น้อยต่อการรับมือกับไฟป่าที่กำลังบังเกิดแล้ว ทางรีพับลิกัน พรรคต้นสังกัดของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็หวั่นๆ ว่า จะกระทบต่อคะแนนนิยม ในขณะที่บรรยากาศการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ จะคืบคลานใกล้เข้ามา