เสือตัวที่ 6

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บรรยากาศโดยรวมในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยังหัวแข็ง มีแนวคิดสุดโต่งและนิยมความรุนแรงอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ทว่าไม่มากนัก ที่ยังคงความพยายามในการก่อเหตุร้ายเพื่อหล่อเลี้ยงสถานการณ์ความไม่สงบให้เกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิ เมื่อปลาย เดือนตุลา ที่มีกลุ่มก่อความไม่สงบใช้อาวุธปืนลอบยิงอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) กองร้อยทหารพรานที่ 4601 กรมทหารพรานที่ 46 ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสามัคคี บ้านบาโงกือเต๊ะ หมู่ ต.สามัคคี อ.รือเสาะ นราธิวาส และในช่วงสายวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อยทหารพรานที่ 3301 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ขณะเดินทางด้วยรถกระบะกลับจากนำกำลังพลที่มีอาการป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลบันนังสตา จังหวัดยะลา เหตุเกิดบนถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้าน พื้นที่บ้านวังหิน บ้านย่อยของบ้านตือระ หมู่ 8 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา แรงระเบิดทำให้รถกระบะของทหารพรานได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4 นาย

ความพยายามในการก่อเหตุความไม่ปกติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าว เป็นเพียงความพยายามที่เกิดขึ้นได้ไม่มากเฉกเช่นหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความพยายามของฝ่ายรัฐในการเข้าไปพัฒนาสัมพันธ์ และเปิดโลกทัศน์ ขยายมุมมองในมิติที่กว้างขวางให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจรับรู้ของมวลชนได้มากขึ้นว่า รัฐเองได้พยายามในการพัฒนาท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้พี่น้องในท้องถิ่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา พัฒนาพื้นที่บ้านเกิดเมืองนอนของตน รวมทั้งการให้โอกาสในการเข้ามาเป็นผู้บริหารระดับสูงในการดูแลพื้นที่ ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัดก็ตาม อาทิเช่น นาย พาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เจ้าของฉายา "รองผู้ว่าฯมุสลิมะฮ์สุดแกร่ง" ที่กล่าวในโอกาสที่จัดกิจกรรมร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ ละหมาดฮายัตที่มัสยิดหมู่ 1 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อขอพรจากพระผู้เป็นเจ้ามอบแด่ผู้ที่ล่วงลับจากเหตุการณ์ตากใบ ในวาระครบรอบ 15 ปีของเหตุการณ์

โดย รองผู้ว่าฯ ย้ำว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา บรรยากาศโดยรวมดีขึ้นมากจริงๆ ทั้งฝั่งชาวบ้านผู้สูญเสีย และฝ่ายรัฐ โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งที่กล่าวว่า "15 ปีเราเห็นความสัมพันธ์เชิงบวกเยอะขึ้น ช่องว่างเบาบางลง สถานการณ์เปลี่ยนไป วิธีการดูแล ก็เปลี่ยนไปในเชิงบวก มีความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ไปในทางที่ดี ความรู้สึก ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจอยู่ในระดับดี และดีมากในแง่การปฏิบัติต่อกัน ช่องว่างน้อยลง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย ต้องว่ากันไปตามหน้าที่ของความเป็นพลเมืองหรือเป็นเจ้าหน้าที่ อย่างการจัดกิจกรรมปีนี้ก็มีฝ่ายรัฐเข้ามาร่วมมือ สนับสนุน ให้กำลังใจ หน่วยกำลัง (หมายถึงทหารหรือทหารพรานและตำรวจ) ก็เข้ามาดูแล หากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนไม่มีใครเข้ามา มีแต่ความระแวงต่อกัน ฉะนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีกับทุกภาคส่วน "

ในขณะที่ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว ยืนยันด้วยว่า การจัดกิจกรรมที่ตากใบ ทหารได้ส่งชุดกิจพลเรือนเข้าไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน ก็มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีบางกลุ่มเท่านั้นที่อ้างว่าชาวบ้านหวาดระแวงทหาร ขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือทหารไม่มีความหวาดระแวง มีแต่ผูกมิตรสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนเสมอมา ในขณะที่ เชื่อว่ามีบางฝ่ายแสวงผลประโยชน์ให้กับตนเอง พร้อมขอฝากให้ประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังในเขตพื้นที่ของตนเอง เพราะแนวร่วมบางกลุ่มต้องการเข้ามาแสดงศักยภาพเชิงสัญลักษณ์ ส่วนเรื่องความยุติธรรมกับประชาชนในเหตุการณ์ตากใบ ทุกอย่างยุติลงแล้วตามกระบวนการกฏหมาย กระบวนการศาล และขั้นตอนการเยียวยา เจ้าหน้าก็ไม่เคยทอดทิ้ง เข้าไปคลายทุกข์สร้างสุข สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านมาตลอด และย้ำว่า ขอพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อย่าเชื่อคนบางกลุ่มที่พยายามจุดกระแสให้ประชาชนเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ

เหล่านี้คือสิ่งชี้สอบว่า ในขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่กำลังดีวันดีคืน ด้วยรัฐและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ จะมีสัมพันธ์เชิงบวกมากขึ้นในหลายๆ ด้าน กลับมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามอย่างไม่ลดละ ในการทำลายความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันระหว่างรัฐกับพี่น้องในท้องถิ่น คนกลุ่มนี้พยายามใช้เหตุการณ์ในอดีตให้เป็นประโยชน์กับการสร้างความเกลียดชังรัฐ ให้เกิดขึ้นในหัวใจของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า พร้อมๆ กับการตีรวนในการพัฒนาและสานสัมพันธ์เชิงบวกในทุกรูปแบบผ่านสื่อในหลายๆ ช่องทาง ควบคู่กับการก่อเหตุร้าย ทำลายความสงบสุขและขัดขวางความเจริญในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เหล่านี้คือ แนวคิด วิธีการ และเป้าหมายของกลุ่มคนแนวคิดสุดโต่ง เสพติดความรุนแรง ที่มุ่งจะสร้างความเห็นต่างให้เกิดขึ้นระหว่างคนไทยด้วยกัน โดยคนกลุ่มนี้ยังขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างรัฐกับพี่น้องในพื้นที่อยู่ต่อไป และนั่นคือภารกิจอันยิ่งใหญ่ของรัฐและคนในพื้นที่ที่จะต้องเร่งทำงานเพื่อเป้าหมายสำคัญ การพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตน บนบรรยากาศของความสงบสุข ด้วยการทำให้ความสัมพันธ์เชิงบวกให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางมากที่สุด

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน