ที่ 8 ในเอเชีย และที่ 1 ในไทย จากการจัดอันดับของ U.S. News'62 ตอกย้ำเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยเน้นคุณภาพ โดยเป็นอันดับ 1 ใน 9 ตัวชี้วัดจากทั้งหมด 11 มุ่งสร้างบัณฑิตไทยคุณภาพพร้อมสู่ตลาดนานาชาติ

ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะรักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่าเว็บไซต์ www.usnews.com ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 1,000 มหาวิทยาลัยจากทั่วโลก ประจำปี 2562 "Best Global Universities Rankings 2019" โดยมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการจัดอันดับที่ 522 ของโลก และอันดับที่ 1 ของประเทศไทย (อันดับที่ 71 ในสาขาวิชาจุลชีววิทยา (Microbiology) อันดับที่ 78 ในสาขาวิทยาภูมิคุ้มกัน (Immunology) อันดับที่ 162 ในสาขาเภสัชวิทยาและพิษวิทยา (Pharmacology and Toxicology) อันดับที่ 208 ในสาขาวิชาการแพทย์ (Clinical Medicine) อันดับที่ 289 ในสาขาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์ อันดับที่ 292ในสาขาชีววิทยาและชีวเคมี (Biology and Biochemistry) และอันดับที่ 411 ในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์(Social Sciences and Public Health) 

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมหิดลยังเป็นอันดับ 1 ใน 9 ตัวชี้วัด(จากทั้งหมด 11 ตัวชี้วัด) ได้แก่ 1.จำนวนบทความทางวิชาการทั้งหมดที่ได้รับตีพิมพ์ในฐานข้อมูลวารสารชั้นนำระดับนานาชาติ ได้แก่ InCites, ISI และ Web of Science) 2.การวัดสัดส่วนการถูกอ้างอิงต่อจำนวนบทความทางวิชาการที่ได้รับตีพิมพ์ 3.จำนวนการถูกอ้างอิงทั้งหมดจากบทความทางวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ 4.จำนวนบทความทางวิชาการที่อยู่ในกลุ่มร้อยละ 10 ของบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงที่สุด 5.สัดส่วนร้อยละของบทความทางวิชาการที่อยู่ในกลุ่มร้อยละ 10 ของบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงที่สุดต่อจำนวนบทความทั้งหมด 6.จำนวนบทความทางวิชาการที่มี co-author กับสถาบันการศึกษาต่างประเทศ 7.สัดส่วนร้อยละของจำนวนบทความทางวิชาการที่มี co-author กับสถาบันการศึกษาต่างประเทศต่อจำนวนบทความทั้งหมด 8.จำนวนบทความทางวิชาการที่อยู่ในกลุ่มร้อยละ 1 ของบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงที่สุดในสาขาวิชานั้นๆ และ 9.สัดส่วนร้อยละของจำนวนบทความทางวิชาการที่อยู่ในกลุ่มร้อยละ 1 ของบทความที่ได้รับการอ้างอิงสูงที่สุดในสาขาวิชาต่อจำนวนบทความทั้งหมดในสาขาวิชานั้นๆ

"ผลจากการจัดอันดับสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพของการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถทางวิชาการให้กับนักศึกษา เพื่อสร้างบัณฑิตไทยที่มีคุณภาพและพร้อมสู่การทำงานในระดับนานาชาติได้  และที่สำคัญ คือการสร้างบัณฑิตให้ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง" ศ.นพ.บรรจงกล่าว