เพจเฟซบุ๊ก Peace News โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงเดือนพฤศจิกายน ส่อร้อนระอุ โดยระบุข้อความว่า...

คาดการเมือง พ.ย.ส่อร้อนระอุ
จับตา!เหตุการณ์ถาโถมยุ่งเหยิง
.
“จตุพร”แง้มประสบการณ์ต่อสู้ บอกชะตากรรมชีวิต คาดทิศทางการเมือง ชี้ พ.ย.จะเกิดเรื่องใหญ่ นอกจากศาล รธน.วินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อแล้ว เชื่อยังลากเอาเหตุการณ์ประเดประดังเข้ามาอีก เผยท่ามกลางต่อสู้หลายสิบปีทำให้เข้าใจหมู่มิตร เน้นยึดมั่นเสรีภาพและเคารพการตัดสินใจเป็นสิ่งสำคัญ ย้ำไม่ต่อว่ากัน ควรเก็บรักษาเข้าใจความรู้สึกกัน.. นี่คือชะตากรรมนักสู้
.
เมื่อ 2 พ.ย. 2562 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (2 พ.ย.) จะเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพแม่ของนายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ที่วัดท่าราช อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ในเวลาบ่าย
.
จากนั้น (เมื่อเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพแล้ว) จะเดินทางต่อไป จ.อุตรดิตถ์ ร่วมงานบุญทอดกฐิน เพื่อชีวิตจะได้มีเรื่องดีๆ ทำให้ยังมีความหวังกับการใช้ปัญญาหาทางออกจากปัญหาประเดประดังกันเข้ามา
.
สำหรับงานพระราชทานเพลิงศพแม่ของนายนิสิตนั้น นายจตุพร กล่าวระหว่างบันทึกเทปรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ เมื่อ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ว่า นายนิสิต ต้องคดีพัทยาและขอเวลาตั้งหลักกับชีวิต เพราะเป็นหัวหน้าครอบครัวยังมีเรื่องราวมากมายต้องจัดการ เมื่อแม่เสียชีวิต หากลูกไม่ได้มางานศพเป็นเรื่องที่ทรมานมาก แม้เข้ามางาน ยังไม่รู้จะถึงงานหรือไม่ จะถูกตำรวจจับก่อนหรือเปล่า แต่พวกเราหมู่มิตรทั้งหลายจะเดินทางไปงานพระราชทานเพลิงศพแม่ของนายนิสิต
.
อีกทั้ง เน้นว่า นี่คงเป็นชะตากรรมของขบวนการต่อสู้แทบทั้งหมด โดยชะตากรรมเช่นนี้เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งบางคนจากบางฝ่ายเกิดเหตุการณ์ภรรยาตัวเองเสียชีวิต ยังไม่มีโอกาสไปร่วมงานศพก็มี
.
“ผมเรียนกับพี่น้องว่า ให้เข้าใจกันเถอะว่า เราจะตัดสินใจกันอย่างไร แม้บางเรื่องมันเกินกว่าความเข้าใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดกับผมในหลายเรื่องราวนั้น ก็เคยอธิบายมาหลายครั้งว่า ผมเป็นคนแรกของประเทศไทย ดังนั้น ผมจึงอยู่ท่ามกลางความเข้าใจเสมอว่า การมาร่วมต่อสู้ เราต้องเคารพเสรีภาพการตัดสินใจของพี่น้องและของตัวเอง เพราะเป็นเรื่องชีวิตเขา เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือให้กำลังใจ ประคับประคองความรู้สึกของพี่น้องและครอบครัวเหล่านั้น นี่จึงเป็นเรื่องของชะตากรรม”
.
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อการต่อสู้เดินมาถึงจุดปลายทาง แน่นอนที่สุดในคดีทางแพ่งหนีไม่พ้นการล้มละลาย ส่วนทางอาญายังมีคดีอีกหลากหลายไม่รู้จะจบลงอย่างไร ไม่มีใครบอกว่า เราจะรอดพ้นแล้ว ดังนั้น ตนจึงอยู่ท่ามกลางความเข้าใจว่า จะอยู่กันอย่างไร โดยไม่เป็นปัญหาอะไรต่อกัน
.
ส่วนแนวโน้มการเมืองในเดือน พ.ย. นี้ นายจตุพร คาดการณ์ผ่านช่วงชีวิตต่อสู้ในหลายสิบปีของตัวเองและเชื่อว่า นอกจากเกิดเรื่องใหญ่เกี่ยวกับกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีถือหุ้นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 20 พ.ย.แล้ว ยังจะมีอีกหลายเรื่องประเดประดังกันเข้ามาเชื่อมโยงไม่จบสิ้นอีก
.
“ผมทำการเมืองมาตั้งแต่เด็ก ในหลายสิบปีมานั้น ผ่านทั้งการเคลื่อนไหวบนถนน และเวทีสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความเข้้าใจว่า เมื่อขึ้นต้นเหตุการณ์อย่างไร ย่อมจบอย่างไร และปลายทางจะเป็นอย่างไร ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองนั้น ผมบอกพรรคพวกเสมอ การตัดสินใจเลือกชีวิต เลือกอนาคตให้เป็นเสรีภาพใครจะอยู่ใครจะไป เพราะปลายทางมันจบแล้ว”
.
นายจตุพร เน้นชีวิตท่ามกลางการต่อสู้ว่า เมื่อเกิดสถานการณ์ถูกปิดล้อม และเกิดความตายที่มากกว่าจะรับไหวนั้น ตนให้ตัดสินใจเอาว่า ใครจะอยู่จะไป ซึ่งไม่มีใครไปต่อว่ากัน ด้วยความเข้าใจกัน เช่นเดียวกันกับการต่อสู้คดีต่างๆ เราจึงเคารพในเสรีภาพการตัดสินใจ เพราะนั่นเป็นชะตากรรมที่ยากลำบากของชีวิต
.
รวมทั้ง กล่าวถึงวันครบรอบ 13 ปีการเสียชีวิตของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ในวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า ลุงนวมทอง เป็นคุณูประการของนักประชาธิปไตยทั้งหลาย แม้ไม่ว่าเขาจะมีอาชีพอะไรก็ตาม แต่ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่าอุดมการณ์ต่อสู้
.
"การปรามาสว่า ไม่มีใครยอมตายเพื่ออุดมการณ์ได้ นวมทอง ไพรวัลย์ เขาได้แสดงอุดมคติ อุดมการณ์ให้เห็นว่า การตายเพื่ออุดมการณ์นั้นยังมีอยู่และเขาก็ทำให้เห็น ดังนั้นการต่อสู้จากผลพวงยึดอำนาจเมื่อปี 2549 คนยิ่งใหญ่ที่สุดคือ นวมทอง ไพรวัลย์ อยากให้พี่น้องปรบมือดังๆให้ถึงดวงวิญญาณนวมทอง ไพรวัลย์ เถิด" นายจตุพร เชิญชวนและพี่น้องผู้ร่วมชะตากรรมต่อสู้ปรบมือเสียงดังลั่นห้องบันทึกรายการ