“ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาส่งสัญญาณว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในต้นเดือนพ.ย.นี้ มีความเป็นไปได้สูงว่า ญัตติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเข้าสู่สภาฯเป็นเรื่องแรก

โดย ชวน ระบุว่า ญัตติที่จะเข้าสภาวาระแรกนั้นจะเป็นแนวทางว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถกำหนดแนวทางในการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปได้หรือมีประเด็นว่าจะต้องแก้ ส.ส.หรือ ส.ว.อย่างไร ?

ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แน่นอนว่าได้มีความพยายามให้เกิดขึ้น ทั้งจาก “ประชาธิปัตย์” หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากได้เคยยกขึ้นมาเป็น “เรื่องสำคัญ” ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา

แต่ทำไป ทำมา ดูเหมือนว่าพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะเป็นฝ่ายออกแรงผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามลำพัง เพราะไม่มี เสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคใด อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน เมื่อมองไปยัง “พรรคฝ่ายค้าน” ที่ผนึกกัน 7พรรค ได้เดินสายรณรงค์พบปะพี่น้องประชาชน ตามจังหวัดต่างๆเพื่อปลุกให้มาร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 กันอย่างคึกคักมาแล้ว

โดยเชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดย “กลไก” ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นเป็นกับดักสำหรับฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ไปจนถึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกระทบต่อทุกๆด้าน ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาเศรษฐกิจ

แน่นอนว่า อีกไม่กี่วันจะเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่า แรงกดดันเพื่อที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มว่าจะปะทุขึ้นมาอีกรอบ โดยไม่ต้องนัดหมาย ใช่หรือไม่ ?

อย่างไรก็ดี น่าสนใจว่า เมื่อวาระการแก้รัฐธรรมนูญ เวียนกลับมาอย่างชนิดที่เรียกว่า “เข้าทาง” สำหรับฝ่ายที่ต้องการ แก้ -รื้อ -โละ ว่าจะเดินแผนการเล่นอย่างไร เพื่อให้มีสิทธิ เข้าใกล้ “ความเป็นจริง”ได้มากที่สุด

โดยเฉพาะฟาก “พรรคอนาคตใหม่” ที่เป็นเสมือน “หัวหอก” ถือธงนำอีก “6พรรคฝ่ายค้าน” เคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงเพื่อให้มีการรื้อ โละ รัฐธรรมนูญฉบับคสช. อาจจะต้องเร่งเร้าเกม “นอกสภาฯ” ให้เกิดความต่อเนื่อง

ขณะที่ฟากของรัฐบาลเอง จะต้องหาทาง ดึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนของสภาผู้แทนฯ ให้มากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้น ความวุ่นวายจะถูก ดึงออกไปข้างนอกสภาฯทันที

นั่นหมายความว่าวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจกลายเป็น “ชนวน” ที่จะทำให้บรรยากาศทางการเมืองกลับมาร้อนระอุ รับเปิดสมัยประชุมฯ อย่างไม่ต้องคาดเดา

ยิ่งเมื่อมาผนวกบวกเข้ากับสถานการณ์ของ พรรคอนาคตใหม่ เมื่อ “หัวหน้าพรรค” อย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และผู้นำพรรค เข้าใกล้วันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิพากษาชี้ชะตาอนาคตทางการเมือง อันเนื่องมาจากคดีถือหุ้นในธุรกิจสื่อ มากเท่าใด ยิ่งทำให้หลายฝ่าย ยิ่งจับตาว่า จะมีรายการปลุกม็อบนอกสภาฯ เพื่อกดดันรัฐบาล โดยหยิบเอาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นเงื่อนไขหรือไม่

บรรยากาศทางการเมืองจะกลับมาร้อนแรงได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อวันเปิดสมัยประชุมสภาฯ อาจขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละฝ่าย ว่าจะเปิดเกมบุกเมื่อใด หรือจะเลือก “ถอยร่น” หากประเมินแล้วว่า การบุกฝ่าเข้าไปข้างหน้าอาจมีแต่หนทางที่ตีบตัน

ไม่ว่าจะเป็น พรรคอนาคตใหม่ และอีก 6พรรคฝ่ายค้าน หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล ที่กำลังถูกกดดันว่าที่สุดแล้วพรรคจะชูธง เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ยังสงวนท่าที ไม่มีใครอยากเจ็บตัว เปลืองตัว โดยใช่เหตุ !