ศูนย์การค้าเมกาบางนา โดยบริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด เผยความคืบหน้าของการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคในเขตกรุงเทพตะวันออกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และถนนสายหลักที่จะเชื่อมกรุงเทพฯเข้ากับโครงการ EEC ทำให้ย่านบางนาพลิกจากเขตที่อยู่อาศัยกลายเป็นฮับยุทธศาสตร์ พร้อมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักการเติบโตของการพัฒนาโครงการเมกาซิตี้ โปรเจ็คอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ ยูส บนถนนบางนา-ตราด เมืองขนาดใหญ่สำหรับการใช้ชีวิตที่ครบวงจร ทั้งพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ออฟฟิศสำนักงาน โรงเรียน และสวนสาธารณะ โดยมีศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นศูนย์กลางของทุกไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมทั้งการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และกิจกรรมสันทนาการต่างๆสำหรับทุกเจเนอเรชั่นในครอบครัว

น.ส.ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า บริษัทได้เริ่มเปิดให้บริการศูนย์การค้าเมกาบางนา มาตั้งแต่ปี 2555 โดยเป็นศูนย์การค้าแนวราบที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 12,000 ล้านบาท จากนั้นในปี 2560 ได้ประกาศเริ่มต้นโครงการเมกาซิตี้ ซึ่งเป็นโปรเจ็คอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ“มิกซ์ ยูส” ซึ่งจะมีศูนย์การค้าเมกาบางนาเป็นศูนย์กลางและแบ่งการพัฒนาเป็นหลายเฟส


โดยปัจจุบันมีการใช้ไปแล้วถึง 250 ไร่ เป็นพื้นที่ของศูนย์การค้าเมกาบางนา 200 ไร่ และส่วนต่อขยายต่างๆได้แก่ โซนเมกา ฟู้ดวอล์ค ศูนย์รวมร้านอาหารชื่อดังกว่า 40 ร้าน ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ และอาคารที่จอดรถ 2,000 คัน รวมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร,โซนเมกาสมาร์ทคิดส์ โรงเรียนเสริมทักษะความรู้ชั้นนำสำหรับเด็กๆ พื้นที่ 16,000 ตารางเมตร รวมทั้งสวนสาธารณะเมกาพาร์คที่ล้อมรอบด้วยโรงเรียนประถมศึกษานานาชาติดิษยะศริน กรุงเทพ ซึ่งเป็นเครือเดียวกับโรงเรียนดิ อเมริกัน สคูล ออฟ แบงค็อก และเดอะ มูฟเม้นท์เพลย์กราวนด์ ทั้งนี้ยังมีพื้นที่อีก 200 ไร่สำหรับการพัฒนาในโครงการเมกาซิตี้

สำหรับเฟสต่อไปคือการพัฒนาโรงแรมและอาคารสำนักงานภายในโครงการเมกาซิตี้ ทางบริษัทฯ และบริษัทพันธมิตรอยู่ในช่วงของการพัฒนารูปแบบของโครงการอยู่ และสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในช่วงต้นปี 2563 อีกทั้งบริษัทมีแนวคิดเรื่องการหาองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่โครงการและเสริมศักยภาพของโครงการเมกาซิตี้ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น


เมกาซิตี้ สุดยอดทำเลเพื่อการลงทุนแห่งกรุงเทพตะวันออก
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ย่านบางนาได้พลิกจากพื้นที่พักอาศัยสู่ “ฮับ” ยุทธศาสตร์ ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ ที่มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาลงทุนโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งด้วยแผนการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคของภาครัฐ ทำให้โครงการเมกาซิตี้เป็นหนึ่งในสุดยอดทำเลที่ตอบโจทย์ของการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนไม่มากเกินไป แต่สามารถให้ผลตอบแทนที่สูงได้ โดยทางบริษัทได้เปิดกว้างในรูปแบบของการลงทุนในโครงการเมกาซิตี้ ทั้งการซื้อที่ดิน การเช่าระยะยาว และการพัฒนาโครงการตามความต้องการของนักลงทุน

“นอกจากศักยภาพทำเลที่โดดเด่นมากที่สุดในโซนกรุงเทพตะวันออกแล้ว ส่วนหนึ่งของโครงการเมกาซิตี้ คือศูนย์การค้าเมกาบางนที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการถึง 4.5 ล้านคนภายในปี 2562 นี้ เพิ่มขึ้นจาก 3.8 ล้านคนในปี 2561 รวมถึงยอดการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อใบเสร็จที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,500 บาทต่อใบเสร็จในปีนี้ จากเดิม 1,000 บาทเมื่อปี 2560 ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวของลูกค้าศูนย์การค้าเมกาบางนาอยู่ที่ 150,000 บาทต่อครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้บริษัทมีแผนในการรีโนเวทศูนย์การค้าเมกาบางนาทุกๆ 3-4 ปี เพื่อความทันสมัยและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจในทุกๆที่มีใช้บริการและยิ่งไปกว่านั้นเรายังมีปรับปรุงการจราจรเพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น โดยมีการสร้างถนนภายในโครงการที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องของการจราจร เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการเมกาซิตี้ และอาคารจอดรถใหม่ 2,000 คันที่จะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2563 นี้

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสะพานกลับรถบนถนนบางนา-ตราดช่วงกิโลเมตรที่ 7 ที่เชื่อมเข้ากับโครงสร้างทางยกระดับบูรพาวิถี ซึ่งจะสามารถบรรเทาการจราจรโดยรอบ และเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหลักในเส้นทางสายตะวันออก ซึ่งเมื่อเปิดใช้สะพานดังกล่าวแล้ว จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการที่เมกาบางนา พร้อมช่วยอำนวยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แก่ผู้ใช้เส้นทางทั้งผู้มาใช้บริการเมกาบางนา และประชาชนทั่วไป

“การลงทุนในโครงการเมกาซิตี้ ถือเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ของนักลงทุนได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตทางธุรกิจของย่านบางนา ศักยภาพของทำเลที่ตั้งโครงการ โครงสร้างสาธารณูปโภค และกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่เดินทางมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาอยู่แล้ว โดยตั้งแต่ได้เปิดตัวโครงการเมกาซิตี้ เราได้รับความสนในจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก และเราเชื่อมั่นว่ายังมีอีกหลายองค์ประกอบที่จะสามารถเติมเต็มความสมบูรณ์ของเมกาซิตี้ได้ ซึ่งทางบริษัทฯ พร้อมเปิดกว้างสำหรับนักลงทุน และพันธมิตรธุรกิจ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ร่วมกันให้โครงการเมกาซิตี้ให้เป็นจุดนัดพบที่ยิ่งใหญ่ และครบวงจรอย่างแท้จริง”

“อารียา”ผุดคอนโดมีเนียม 2 โครงการในเมกาซิตี้ ชูคอนเซ็ปต์คอนโดในห้าง
นายณัฐพล มหิทธาฤทธิกร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดแนวสูง และธุรกิจต่างประเทศ บริษัทอารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกแรกที่เข้ามาลงทุนในบนที่ดินในโครงการเมกาซิตี้ โดยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ที่ Sold Out ไปแล้วถึง 2 โครงการ โครงการแรกคือ A space mega จำนวน 1,328 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท เริ่มเปิดขายเมื่อปี 2560 มีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ตั้งแต่รอบ VVIP และโครงการที่สองที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2561 คือ A space mega 2 ได้ทำการ Sold Out ตั้งแต่ในรอบวันพรีเซล มีจำนวน 1,001 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,458 ล้านบาท

โดยทั้ง 2 โครงการเป็นคอนโดมิเนียม High-Rise สูง 35 ชั้น สร้างบนพื้นที่รวม 2 โครงการกว่า 7 ไร่ ชูจุดขายด้วยการเป็นคอนโดในห้างแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอาทิ Co Living Space เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง บริการอินเตอร์เน็ตความเร็ว 1,000 MB เร็วที่สุดในประเทศไทย พร้อม Triple Sky Facilities 3 ชั้น สูงที่สุดในย่านบางนา ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองแบบครบวงจร รวมถึงมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ครอบคลุมกว่า 2.6 ไร่ หรือกว่าครึ่งของพื้นที่โครงการ

“เราพัฒนาคอนโดมีเนียมทั้ง 2 โครงการพัฒนาขึ้นด้วยความเชื่อมั่นในปัจจัยหลักที่ลูกค้าตัดสินเลือกซื้อที่อยู่อาศัยคือ ทำเล ซึ่งโครงการเมกาซิตี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงสุดในย่านบางนา ตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งความสะดวกครบครันในด้านไลฟ์สไตล์คนเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สะดวกสบายในหลายๆเส้นทาง”

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน