อุณหภูมิการเมืองไทยในห้วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น ทั้งอึมครึมและเดือดดาล จาก 3 ปรากฎการณ์ สำคัญ

หนึ่งคือ “ปรากฏการณ์บี๊กแดง” กรณีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บรรยายพิเศษในหัวข้อแผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง เมื่อวันที่ 11ตุลาคมที่ผ่านมา มีประเด็นที่กระทบกับฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะเรื่องของการแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ที่อาจส่งผลกระทบต่อมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน

สองคือ “ปรากฎการณ์ธนาธร” กรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่คณะกรรการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธรจึงรุ่งเรืองกิจส.ส.พรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลงหรือไม่กรณีการถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อบริษัทวี-ลัคมีเดียจำกัดระหว่างการลงสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วมีบางประโยคพาดพิงถึงนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

สามคือ “ปรากฎการณ์งูเห่า” ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้งดออกเสียง แต่ปรากฎว่น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ออกเสียงเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสวนมติพรรค ทำให้พรรคอนาคตใหม่เตรียมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณากรณีที่เกิดขึ้น

กระนั้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทางการเมือง กลับมองเห็นสัญญาณประนีประนอม การที่พล.อ.อภิรัชต์ เดินทางไปพบ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็นประธาน นับเป็นสัญญาณดี และบรรยากาศการในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็เป็นไปด้วยความชื่นมื่น

โดยมีการพูดคุยในประเด็นเรื่องที่พล.อ.อภิรัชต์บรรยายถึง “สงครามลูกผสม” หรือ hybrid warfare การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจกระทบต่อมาตรา 1 ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกรณีที่นายธนาธร ถ่ายภาพร่วมกับโจชัวร์ หว่อง นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง จนกลายเป็นประเด็นที่ทางการจีนแสดงความไม่สบายใจผ่านสภานทูตจีน

“ผมเป็นเพื่อนกับนักการเมืองดีกว่า ผมไม่เล่นการ เมือง ผมไม่เล่นกับนักการเมือง” ผบ.บ.กล่าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ความเขม็งเกลียวทางการเมือง ก่อนหน้านี้ที่มีความหวั่นวิตกว่าจะเกิดรัฐประหารและการปั่นกระแสจากฝ่ายค้านว่า พล.อ.อภิรัชต์จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คลี่คลายลงไป

ขณะเดียวกัน การที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ตัดสินใจไม่ลงมติคัดค้านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยเลือกงดออกเสียงแทน ก็นับเป็นสัญญาณดีอีกสัญญาณหนึ่ง

แม้จะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ที่มองเห็นการเคลี่อนไหวที่มีนัยสำคัญจากการลงมติคัดค้านร่างพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการใ นพระองค์ พ.ศ.2562

การที่นายธนาธร เบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญตอนหนึ่งระบุว่า “หากศาลตัดสินตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายทรัสต์ทันที” และกรณีที่มีชื่อของนายธนาธรเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการแปรญัตติงบประมาณ ทั้งที่อยู่ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 นี้

อย่างไรก็ดี ภาพของการประนีประนอมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ก็ทำให้สถานการณ์ลดระดับความร้อนแรงลงได้ และหากมีท่าทีเช่นนี้ก็จะส่งผลดีในทางจิตวิทยากับภาคส่วนต่างๆในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้น การประนีประนอมกันเพื่อบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกันเพื่อประเทศชาติ ต้องไม่ใช่การ “ฮั้ว”กัน เพื่อผลประโยชน์ จนมองไม่เห็นหัวประชาชน