ศึกเลือกตั้งซ่อมส.ส.นครปฐม เขตที่ 5 เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา อาจไม่ใช่ “โดมิโน” ตัวแรก สำหรับ “พรรคอนาคตใหม่” ตามที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วาดหวังเอาไว้ว่า จะใช้ “สั่นคลอน” รัฐบาล ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เท่านั้น

เพราะแท้จริงแล้ว ศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม อาจเป็นโดมิโน สำหรับทุกพรรคการเมืองที่หวังจะชิงชัยในทุกสนามเลือกตั้งซ่อม ที่เหลืออีก 3 เขตด้วยซ้ำ !

“ ถึงเวลาแล้วที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็น "จุดเปลี่ยน" ถึงเวลาแล้วที่เขต 5 จ.นครปฐม จะเป็น "โดมิโน" ตัวแรกสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล จนนำไปสู่ชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในทุกเขตที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมต่อๆ ไป” ธนาธร ระบุ ก่อนวันถึงวันเลือกตั้งซ่อม ที่นครปฐม

ไม่เช่นนั้นแล้วเราคงไม่ได้เห็นว่า พรรคร่วมรัฐบาลอย่าง “ชาติไทยพัฒนา” ตัดสินใจส่ง “เผดิมชัย สะสมทรัพย์” ลงไป “แก้มือ” ทั้งที่รู้ว่าจะเกิดปัญหา “แย่งคะแนน” กันเอง กับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ คือ “สุรชัย อนุตธโต”

จนทำให้หลายคนจับตาว่า แล้ว “พรรคพลังประชารัฐ” ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล จะเลือก “ช่วย” ประชาธิปัตย์ หรือ ชาติไทยพัฒนา เพราะต่างก็เป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” ด้วยกันทั้งคู่

ศึกสนามเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม นั้นต้องถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะผล “แพ้-ชนะ” ของพรรคใด พรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้านหรือ รัฐบาล ต่างเป็น “ภาพสะท้อน” ที่จะเป็นเครื่องชี้วัดต่อการวางแผนการเล่นในสนามเลือกตั้ง ครั้งต่อไป ที่เหลืออีก 3 สนาม

ทั้ง เขต 2 จ.กำแพงเพชร แทน พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ

เขต 7 จ.ขอนแก่น แทน “เสี่ยเตาะ” นวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.พรรคเพื่อไทย

และ เขต 5 จ.สมุทรปราการ แทน กรุง ศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

ไปจนถึงการเลือกตั้ง “สนามกทม.” เมื่อกกต.กำหนดวันเลือกตั้ง “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ออกมาชัดเจน ซึ่งหลายฝ่ายคาดการกันว่าไม่น่าจะเกินช่วงปลายปีนี้

อีกทั้งยังน่าสนใจว่า การเลือกตั้งซ่อมนครปฐม มีขึ้นหลังจากเสร็จสิ้น “ศึกในสภาฯ” หลังจากที่ รัฐบาลชนะโหวต การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ 2563 สามารถฝ่าฟันวิกฤติ การเป็น รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มาได้อย่าง “ฉลุย”

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ นั้นกลับเจอกับสถานการณ์ที่ส่อเค้าจะเป็น “ลบ” มากกว่า “บวก” โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคที่ถึงขั้น “ปะทุ” ออกมาข้างนอก ไม่เพียงแต่จะเกิด “งูเห่า” มีส.ส.ของพรรคโหวตสวนมติเท่านั้น

แต่ยังกลายเป็นว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้ง ธนาธร และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค เองต้องรับมือกับแรงกดดัน รอบทิศรอบทาง

สนามเลือกตั้งนครปฐม จึงเป็นเสมือนตัวชี้วัดที่ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล จะต้องประลองกำลังกัน ชนิดที่ยอมกันไม่ได้ !!