วันที่ 22 ต.ค.62 ที่ รร.นรต.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยม ข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และบรรยายพิเศษให้แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) ทั้ง 4 ชั้นปี (รุ่นที่ 73-76) จำนวนทั้งสิ้น 952 นาย พร้อมให้โอวาทและปลูกฝังนักเรียนนายร้อยตำรวจ ทั้ง 4 ชั้นปี ให้มีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าต่อกิจการตำรวจไทย พร้อมน้อมนำพระราชดำริ โครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” มาปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต ให้มีจิตสาธารณะ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน และถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานที่มี ทั้งฝ่ายบู๊ และฝ่ายบุ๋น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์นักสืบ มือปราบคลี่คลายคดีสำคัญ ที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี อาทิ การคลี่คลายคดีระเบิดป่วนเมือง , การส้างคดีเหตุอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ คดียาเสพติด ตลอดจน การสร้างจิตสำนึกของการเป็นตำรวจที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิด ยาเสพติด อบายมุขต่างๆ หรือ การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบรวมถึงการบ่มเพาะให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ความประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัย หมั่นศึกษาหาความรู้ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไปจนถึงการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อรับใช้ประชาชน รวมถึงการดำรงตนเป็นที่พึ่งของประชาชน ยึดมั่นในอุดมคติตำรวจ ให้มีความรักใคร่ สามัคคีกลมเกลียวกันในหมู่คณะ อีกทั้งยัง เน้นย้ำ หากเมื่อจบไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น งานสอบสวน งานสืบสวน งานป้องกันปราบปราม และ งานจราจร ให้เน้นการบริการประชาชน เสร็จสิ้น ณ จุดเดียว (One Stop Service) โดยเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะสนับสนุน เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ เทคโนโลยี ในการทำงานอย่างเต็มที่ และการตรวจสอบของภาคประชาชน การใช้สื่อสังคมออนไลน์ ที่เข้ามามีบทบาทมากในยุคปัจจุบัน ซึ่งชี้นำทิศทางของตำรวจในอนาคต ต้องเก่งกว่าคนร้าย เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยี และการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อใช้ในการสื่อสาร และต่อยอดไปยังภาษาอื่นๆ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ อันมีความสำคัญต่อการรับราชการในอนาคต ซึ่งเป็นความห่วงใยของพี่ที่มีต่อน้อง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า นโยบายบริหารราชการและวิสัยทัศน์ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้ง 6 ประการ อันได้แก่ 1.การพิทักษ์ปกป้องและเทิดพระเกียรติเพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, 2.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม, 3.การป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม, 4.การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ, 5.การเร่งรัดขับเคลื่อนปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซียน และ 6.การเสริมสร้างความสามัคคีและการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและการนำหลักการความเป็นผู้นำ เรื่อง "การครองตน ครองคน ครองงาน” คือ 1.ต้องเป็นแกนแห่งความสามัคคี 2.ต้องชี้นำทิศทางที่ถูกต้องแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อบรรลุถึงเป้าหมาย ภายใต้หลักกฎหมายและจริยธรรมตำรวจ คำนึงถึงภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจน ปลูกฝังจิตสำนึกให้ช่วยกันสืบทอดเจตนารมย์ คุณงามความดีที่ตำรวจ ได้สั่งสมมาในอดีตในการพิทักษ์รับใช้ประชาชนและสามารถตอบโจทย์สังคมให้ได้ว่า แล้วประชาชนจะได้อะไร เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปตำรวจในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้มากที่สุด