กลายเป็นพรรคการเมืองที่ติดอยู่ในกระแส ชนิดข้ามวัน ข้ามคืน เมื่อ "อนาคตใหม่" ต้อง "รับมือ" ทั้ง "ศึกใน-ศึกนอก" อย่างชุลมุนวุ่นวาย

ไหนจะปัญหาของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เองที่ติดบ่วงคดีถือหุ้นในธุรกิจสื่อ โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะชี้ขาด ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ แต่ก็เป็น ธนาธร อีกเช่นกันที่ดันไปพูดพาดพิงถึง "ทักษิณ ชินวัตร"อดีตนายกรัฐมนตรี และคนสำคัญ ของพรรคเพื่อไทย จนหวุดหวิดที่จะเกิดวิวาทะระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเอง

มาถึงวาระสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่หมายมั่นปั้นมือ จะ "ถล่ม" รัฐบาลให้แหลกกันกลางสภาผู้แทนราษฎรในวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2563 แต่ก็กลายเป็นว่า ฝีมือลายมือของ "7 พรรคฝ่ายค้าน" รอบนี้ ไม่ได้ทำให้ รัฐบาล ของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม "เสียอาการ" ตามเป้าได้อย่างใด

ขณะที่ตัวพรรคอนาคตใหม่เองกลับตกเป็น "เป้าโจมตี" เพราะพรรคมีมติโหวต "ไม่รับร่าง" พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562

เพราะแม้แต่เรื่องนี้ "พรรคเพื่อไทย" รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านที่เหลืออีก5 พรรค ยังไม่มีใครโหวตค้าน !

ปัญหาของพรรคอนาคตใหม่เกิดซ้ำเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า เมื่อในการลงมติโหวต ร่าง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ2563 นอกจากจะ "โหวตแพ้" แล้ว งานนี้ยังมีเรื่องราวที่กำลังนำมาสู่ "รอยร้าว" ภายในพรรคเกิดขึ้น

เมื่อมี ส.ส.โหวตสวนกับมติของพรรค ต่างกรรม ต่างวาระ ด้วยกันถึง4 ราย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมกันไปแล้วนั้น เรื่องราวยังถูกสืบค้นกันต่อไปอีกว่า แท้จริงแล้ว ภายในพรรคอนาคตใหม่มีรอยร้าวกันอยู่ลึกๆเมื่อ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อกับ ส.ส.เขตบางส่วน เกิดอาการ "ขัดใจ" กันเอง

รายการผลัดกันแฉ จาก "คนในพรรค" จึงกลายเป็นข่าวที่ตอกย้ำความขัดแย้งที่มีมากกว่า การโหวตเพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเพราะต้องการ "ส่งสัญญาณ" ไปยัง "แกนนำพรรค" โดยเฉพาะ ทั้งหัวหน้าและ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาธิการพรรค ที่บัดนี้ ดูเหมือนว่า เขาเองต้องรับในทุกบทบาท

และเมื่อปิยบุตร แถลงลงโทษกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี เขต 7 พรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากเป็น ส.ส.เพียงคนเดียวที่โหวตสวนมติพรรคทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และพ.ร.ก.โอนอัตรากำลังฯ ว่าจะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน และสั่งห้ามทำกิจกรรมใดๆ กับพรรค ทางด้านกวินนาถ เอง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวไล่หลังตามมาภายในไม่กี่ชั่วโมง โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่งูเห่า และย้ำว่าตนเองทำเพื่อประชาชน พร้อมกันนี้ยังท้าสาบานว่าถ้าใครมีหลักฐานว่าตนเองรับเงินเป็นสิบๆล้าน ก็ขอให้เอามาแสดงได้เลย และย้ำว่าจะไม่ลาออกจากพรรคอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน "ศรีนวล บุญลือ" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ที่โหวตสวนมติของพรรคในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯก็ออกมาระบุท้าสาบานเช่นกัน ว่าตนเองไม่ใช่งูเห่าสีส้มที่มีการกล่าวหากันอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรรคอนาคตใหม่ นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะในความเป็นจริงแล้ว พรรคร่วมฝ่ายค้าน แทบทั้งหมดต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแต่สำหรับพรรคอนาคตใหม่ แล้วการที่แกนนำพรรคต้องออกมา "ขยับ" ลงดาบกับ ส.ส.ที่กล้าโหวตสวนมติพรรคเช่นนี้ เพราะต้องการ "เชือดไก่ให้ลิงดู" กำราบกันตั้งแต่วันนี้ เพราะลึกๆแล้ว ทั้ง ธนาธร และปิยบุตร ไปจนถึง"กุนซือ" ที่ไม่เคยเปิดหน้าเล่น ก็รู้ดีว่าพรรคอนาคตใหม่ นั้นอยู่ในสภาพที่ร้าว และพร้อมจะ "แตก"ได้ทุกเมื่อโดยเฉพาะหลังสิ้นเสียงคำพิพากษาคดีหุ้นสื่อ ของธนาธร ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ !!