เสือตัวที่ 6

กระบวนการสร้างความแปลกแยกให้เกิดขึ้นกับคนปลายด้ามขวาน ยังคงมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าเพื่อสร้างความเกลียดชังต่อรัฐให้เกิดขึ้นกับคนรุ่นใหม่ในสถานศึกษาบางแห่ง รุ่นแล้วรุ่นเล่า ทั้งยังมีการปกปิด อำพรางการดำเนินงานอย่างแนบเนียน ยากที่นักการทหาร แม้ที่เกาะติดการแก้ปัญหาไฟใต้ในพื้นที่มาตลอด จะเข้าใจกระบวนการบ่มเพาะนี้ได้อย่างลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิชาการฝ่ายทหารกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ใช้กระบวนการศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการ โดยศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านงานวิจัยที่หลากหลายแง่มุม จึงสามารถเป็นข้อค้นพบที่เชื่อมโยง ร้อยเรียงให้เห็นภาพของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ชัดเจนและสามารถอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวในเชิงวิชาการมากยิ่งขึ้น โดยในแง่มุมของกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดในการร่วมมือกับขบวนการร้ายเพื่อร่วมต่อสู้กับรัฐ อย่างเป็นระบบนั้น พบว่า มีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อการบรรลุเป้าหมายสำคัญ โดยมีผลสืบเนื่องจากที่ได้กระทำตามการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกจากรัฐอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งสามารถนำเสนอข้อค้นพบสำคัญ ต่อเนื่องจากครั้งก่อน เป็นตอนที่ 5 ดังนี้

1. กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกจากรัฐนี้ สามารถแยกเยาวชนชาวไทยมุสลิมออกจากชาวไทยพุทธ การแบ่งแยกชาวไทยมุสลิมออกจากชาวไทยพุทธ เป็นการกระทำที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการกระทำในปัจจุบันที่มีการก่อเหตุรุนแรงสร้างความเข้าใจผิดระหว่างคนไทยพุทธกับคนไทยมุสลิม ด้วยการปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปโจมตีผู้คนในสถานที่ที่มีชาวไทยมุสลิมอยู่กันเป็นจำนวนมาก ทั้งศาสนาสถาน หรือร้านน้ำชาในหมู่บ้าน เป็นต้น ร่วมกับการโจมตีพี่น้องไทยพุทธที่เป็นชาวบ้านร้านตลาดโดยทั่วไป ทั้งชุมชนชาวไทยพุทธ และการก่อเหตุลอบยิงเป็นรายบุคคล เพื่อสร้างความเข้าใจผิด ก่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างกันซึ่งเป็นคนทั่วไปในปัจจุบัน ร่วมกับการบ่มเพาะแนวคิดความเกลียดชัง สร้างความห่างเหินระหว่างเด็กและเยาวชนชาวไทยมุสลิมกับเด็กและเยาชนคนไทยพุทธกันตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยแยกสถานศึกษาในระดับต้น ที่เรียกกันว่าอนุบาล จนถึงระดับมัธยม ออกจากเด็กไทยพุทธโดยทั่วไปในพื้นที่อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความจืดจางในความสัมพันธ์ ซึ่งส่วนหนึ่ง มาจากกระบวนการที่พยายามอ้างว่า “การจัดการศึกษาที่แยกเด็กไทยมุสลิมออกจากเด็กไทยพุทธ เป็นการป้องกันกระบวนการของรัฐไทยในการผสมกลมกลืนหรือทำลายชาติพันธุ์มลายูและศาสนาอิสลาม จนเกิดการต่อต้านรัฐบาลมาเป็นลำดับ จึงส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดกว้างทางการศึกษาเป็นการเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ขบวนการร้ายแห่งนี้ สามารถใช้โอกาสนี้แบ่งแยกชาวไทยมุสลิมออกจากชาวไทยพุทธได้ตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการบ่มเพาะแนวความคิดในการต่อสู้กับรัฐไทยให้กับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาที่เป็นเป้าหมายของขบวนการ อันเป็นกระบวนการแยกเยาวชนคนรุ่นใหม่ออกจากกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขาดโอกาสสืบสานความเป็นเพื่อน ไม่ให้มีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการสร้างโอกาสให้ขบวนการร้ายแห่งนี้ สอดแทรกแนวคิดสุดโต่งให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาได้ง่ายมากขึ้น

2) เพิ่มศักยภาพในการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน การที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน สามารถดำเนินการตามกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบ สร้างความเคียดแค้นชิงชังให้เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย ก็จะช่วยเสริมสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐไทยได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการเสริมสร้างพลังในการต่อสู้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่แนวร่วมขบวนการร้ายแห่งนี้ เพื่อสร้างความเห็นพ้องในแนวคิดที่ได้รับการบ่มเพาะจากคนในขบวนการแล้ว อันจะสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อเหล่านั้น ได้มาร่วมกับขบวนการ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จนถึงขั้นเข้ามาร่วมกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนอย่างเต็มตัว โดยร่วมก่อเหตุร้ายหรือเป็นส่วนหนึ่งของการก่อเหตุร้ายที่สามารถดำรงสถานการณ์ความรุนแรงและสร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะนำมาซึ่งศักยภาพในการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกความคิดของผู้คนในพื้นที่ท้องถิ่นกับรัฐไทยอย่างทรงประสิทธิภาพยิ่ง

3) สนองตอบยุทธศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการฯ กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดการก่อความไม่สงบ ในสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีเป้าหมายสำคัญคือ การแสวงหาการสานต่อแนวคิด และเจตนารมณ์ในการต่อสู้กับรัฐไทยจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย นั่นคือ การปกครองตนเอง ซึ่งหัวใจสำคัญคือการส่งผ่าน ถ่ายทอดแนวคิดและเจตนารมณ์นี้ ให้บังเกิดขึ้นกับคนรุ่นปัจจุบันในชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนรู้อยู่ในสถานศึกษาอย่างชัดเจน จนกระทั่งเป็นเจตจำนงร่วมกันของคนในพื้นที่ทั้งคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยกันสานต่อการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐไทยนี้จนกว่าจะได้ชัยชนะ ใช้กระบวนการสอดแทรกและแสวงประโยชน์จากระบบการศึกษาในพื้นที่ ที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนสามารถเปิดสถานศึกษาในพื้นที่ได้อย่างอิสระแม้จะต้องอยู่ในกรอบกติกาที่รัฐกำหนดไว้ในการจัดตั้งสถานศึกษาเอกชนก็ตาม แล้วใช้เป็นเครื่องมือสำคัญประการหนึ่ง ในการปลุกปั่นแนวคิด สร้างกระแสมลายูนิยม จนเกิดความห่างเหินระหว่างกันของคนในพื้นที่ในระยะยาว อันเป็นยุทธศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการ ที่เน้นการต่อสู้แบบยืดเยื้อยาวนาน ด้วยการสะสมบ่มเพาะแนวคิดเกลียดชังรัฐไทยให้เกิดกับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาบางแห่ง สอดแทรกเพื่อครอบงำการให้การศึกษา สร้างจิตสำนึกในการร่วมกันกับขบวนการ เพื่อการต่อสู้กับรัฐไทยให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาบางแห่ง อันเป็นการสนองตอบยุทธศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

ผลสืบเนื่องที่ได้จากกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกจากคนของรัฐโดยทั่วไป โดยบรรดาแกนนำ นักคิดในขบวนการร้ายแห่งนี้ จึงยังคงสามารถปกปิดร่องรอยให้รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐได้อยู่ต่อไป อย่างแนบเนียน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การหล่อหลอมเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามามีความคิดความเชื่อในแนวทางเดียวกันกับขบวนการ ในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นช่องว่างของหน่วยงานภาครัฐ ที่ไม่อาจเกาะติดคนรุนใหม่เหล่านี้ที่ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม จึงสามารถช่วยปกปิดร่องรอยการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐไทยได้อย่างทรงพลัง และตราบนานเท่านาน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน